ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ

เว็บไซต์บริการข้อมูลอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของโลก ปล่อยให้มิจฉาชีพ Cryptocurrency โฆษณาหลอกเงินเหยื่อ แม้ออกนโยบายแล้วก็ตาม

ถึงแม้ YouTube ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Google กำลังเผชิญข้อพิพาทเรื่องโปรโมทคริปโตเคอร์เรนซีสแกม แพลตฟอร์มโฆษณาของ Google ก็ยังคงโปรโมทโปรเจ็คคริปโตที่เข้าข่ายหลอกลวงผู้คนอยู่เหมือนเดิม

ซึ่งอ้างอิงจากรายงานของ CoinCorner โฆษณา Google นั้นได้มีการแสดงโฆษณาเว็บไซต์โคลนนิ่งฟิชชิ่งของ CoinCorner นั่นคือ CoinCornerr.com ซึ่งคุณ Molly Spires ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ CoinCorner เป็นผู้รายงานปัญหานี้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2020 ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้

Google Ads โปรโมทคริปโตสแกม
ด้านคุณ Spiers ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่าทีมงานของ CoinCorner ได้ตรวจพบโฆษณาที่เป็นการสแกมดังกล่าวในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีเมื่อลองกดค้นหาคำว่า CoinCorner บนเว็บไซต์ Google.com และ Google.co.uk. ซึ่งก็ได้มาเจอโฆษณาสแกมนี้ทั้งๆ ที่ทาง CoinCorner นั้นต้องการที่จะให้โปรโมทเว็บไซต์ของตนบน Google Ads มานานแล้วแต่ก็ไม่สามารถโปรโมทได้ เนื่องจากนโยบายของทาง Google ที่ค่อนข้างจะเคร่งครัดในเรื่องคริปโต ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะเจอโฆษณาสแกมจากทาง Google Ads

ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ

Google’s crypto exchange ad policies. Source: Google

โดยเว็บเทรดคริปโต CoinCorner นั้นถูกห้ามไม่ให้โฆษณาบน Google Ads มาตั้งแต่ตอนที่ Google เริ่มแบนคริปโตในปี 2018 ด้านผู้จัดการฝ่ายการตลาดก็กล่าวว่า:

“ก่อนหน้านี้เราเคยเข้าถึงแพลตฟอร์ม GoogleAds ได้อย่างเต็มที่ เราเป็นลูกค้าประจำตลอด 4 ปีนับแต่เมื่อเราเปิดตัว CoinCorner ในเดือนมิถุนายน 2014 ถึงเมื่อ Google อัปเดตนโยบายบริการทางการเงินของพวกเขาในเดือนมิถุนายน 2018 [… ] เราติดต่อ Google หลายครั้งที่จะขอการอัปเดตในสหราชอาณาจักร แต่ในปัจจุบัน GoogleAds ยังไม่พร้อมให้บริการสำหรับเรา”

เว็บไซต์สแกม CoinCornerr.com ตอนนี้ได้หายไปแล้วคาดว่าทาง Google Ad ได้ลบทิ้งไปเรียบร้อย ซึ่งเว็บไซต์สแกมนี้มันถูกสร้างในวันที่ 29 เมษายน 2020

Google ให้โฆษณาคริปโตไหม?
ซึ่งทาง Google Ads จะมีการอนุญาตให้โปรโมทคริปโตเฉพาะบางอันเท่านั้นซึ่งส่วนโฆษณาที่สามารถโปรโมทได้ก็จะเป็นโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์คริปโตหรือเว็บเทรดคริปโต แต่เว็บเทรดคริปโตที่จะโปรโมทกับ Google จะต้องทำตามข้อกำหนดที่ระบุไว้และสามารถโปรโมทได้ในสหรัฐและญี่ปุ่นเท่านั้น

ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ

แต่ว่าเว็บสแกมดังกล่าวมันสามารถผ่านข้อกำหนดของ Google ไปได้โดยไม่มีการพูดถึง Bitcoin หรือคริปโตเลยซึ่งหากเป็นโฆษณาที่มีพูดถึง Bitcoin หรือคริปโตเป็นคีย์เวิร์ด โฆษณานั้นจะถูกแบนจาก Google โดยทันที

คริปโตสแกมบน Google และ YouTube
กรณีของ CoinCorner ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการสแกมขึ้นโฆษณาของ Google ในเดือนมีนาคม 2020 โฆษณา Google ได้มีการโปรโมท Ledger Wallet ปลอมที่ออกแบบมาเพื่อขโมยคริปโตจากผู้ใช้ จนกระทั่งเมื่อกลางเดือนเมษายนบริษัทได้ลบส่วนขยายเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome 49 รายการหลังจากได้รับรายงานว่ากิจกรรมฟิชชิงเกิดขึ้นแล้ว

ขณะเดียวกัน YouTube ซึ่งเป็นบริษัทย่อยวิดีโอยักษ์ใหญ่ของ Google ก็มีการโปรโมทสแกมด้วย เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2020 นาย Brad Garlinghouse และซีอีโอของ Ripple ได้ยื่นฟ้อง YouTube หลังจากแพลตฟอร์มดังกล่าวโปรโมท Airdrop ปลอมที่อ้างว่าเป็นบัญชีของเขา จากนั้นประมาณสัปดาห์ต่อมาต่อมา Ripple CTO นาย David Schwartz ก็ได้ระงับช่อง YouTube ของเขาในวันที่ 29 เมษายน 2020

YouTube ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Google

Google

อดีตวิศวกรจาก Google กล่าวสามารถแฮ็คไฟล์ Zip ที่เก็บ Bitcoin มูลค่ากว่า 9.8 ล้านบาทไว้ได้สำเร็จ

นาย Michael Stay อดีตวิศวกรโปรแกรมคอมพิวเตอร์จาก Google รวมทั้ง CTO คนปัจจุบันนี้ของบริษัทด้าน smart contract แล้วก็ decentralized application (Dapp) นามว่า Pyrofex ได้ออกมาอ้างถึงว่าเขานั้นสามารถแฮ็คไฟล์ zip ที่เก็บ Bitcoin มูลค่า 300,000 ดอลลาร์ (โดยประมาณ 9.8 ล้านบาท) ไว้ได้สำเร็จ

ซึ่งอ้างอิงจาก blog ของเขานั้น เขากล่าวว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเริ่มขึ้นเมื่อเขาได้รับข้อความจากชายชาวรัสเซียคนหนึ่งบนแพลทฟอร์มหางาน Linkedin เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา

แล้วเริ่มต้นด้วยการได้สนทนากับชายชาวรัสเซีย
โดยนาย Stay กล่าวว่าชายชาวรัสเซียคนดังกล่าวนั้นได้อ่านงานเขียนของเขาที่เคยเขียนไว้เมื่อปี 2000 เกี่ยวกับการเจาะไฟล์ zip ที่มีรหัสอยู่

“เขาได้ทำการอ่านงานเขียนที่ผมทำการเขียนไว้เมื่อ 19 ปีที่แล้ว และต้องการที่จะรู้ว่าไฟล์ทั้งสองไฟล์ที่เขาเอามานั้นสามารถที่จะเจาได้หรือไม่ พร้อมเสริมว่า ทำได้แต่จะต้องใช้กำลังไฟฟ้าในการประมวลผลที่สูงมาก และต้องใช้ต้นทุนที่เยอะอีกด้วย”

“เพราะว่าผมมีเพียงแค่สองไฟล์ที่จะต้องเจาะรหัส ดังนั้นอาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ในการลงมือทำในแต่ละขั้นตอน และมันอาจจะมี key ที่มีแนวโน้มจะเจาะได้ถึง 273 key ด้วยกัน และมีขนาดถึง 10 sextillion ผมคาดการณ์ว่ามันอาจใช้จำนวนฟาร์มเครื่อง GPU ขนาดใหญ่เพื่อทำการถอดรหัสนี้ถึง 1 ปี โดยใช้ต้นทุนที่สูงถึง 100,000 ดอลลาร์ และเขาทำให้ผมประหลาดใจมาก เมื่อเขากล่าวว่าจะยอมจ่ายเงินขนาดนั้นเพื่อกู้ไฟล์มาให้ได้”

ไฟล์ Zip ที่เก็บ Bitcoin มูลค่า 9.8 ล้านบาท
ไฟล์ zip ดังกล่าวนั้นดูเหมือนว่าจะเก็บ private key ของ Bitcoin ไว้ โดยในตอนที่เขาซื้อนั้นมันมีมูลค่าอยู่เพียงแค่ 12,500 ดอลลาร์เท่านั้นเมื่อปี 2016 แต่ในขณะนี้เมื่อราคาของมันเพิ่มขึ้นมาแล้ว มูลค่าของมันนั้นก็ได้ขยับมาเป็น 300,000 ดอลลาร์ แฃะเขานั้นก็ลืมรหัสผ่านไปแล้ว

“ยังดีที่เขานั้นยังมีเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเดิมอยู่ และยังจำได้ว่าทำการใส่ไฟล์เข้าไปใน zip เมื่อไร…พวกเราได้ทำการติดต่อกัน และผมจำเป็นที่จะต้องไปทำงานแล้ว” เขากล่าว

พอ 2-3เดือนผ่านไป ภายหลังที่ทำทดสอบหลายต่ออยู่หลายครั้ง นาย Stay ก็กล่าวถึงว่าสามารถที่จะเจาะรหัสไฟล์ zip ตัวนั้นได้แล้ว แล้วก็ได้ส่ง private key คืนชาวรัสเซียไปได้เรียบร้อย

Google…