ฟอกเงิน

white paper เผยเหรียญ Privacy coin มีความเสี่ยงน้อยกว่าเหรียญอื่นๆ ในเรื่องของการฟอกเงิน

เหรียญความเป็นส่วนตัว ซึ่งรวมทั้ง Monero, Dash, Grin, Zcash และก็ Zcoin มีการเสี่ยงที่จะถูก ฟอกเงิน น้อยกว่าเหรียญคริปโตตัวอื่นๆอ้างอิงจากรายงานของสำนักงานกฎหมายระดับโลก

จากเอกสาร white paper ฉบับล่าสุดที่เผยแพร่โดยบริษัทกฎหมายระหว่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกา Perkins Coie กล่าวว่ามาตรการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) ที่จัดการโดยหน่วยงานควบคุมดูแลทั่วทั้งโลกนั้นพอเพียงแล้วที่จะจัดการกับปัญหาอะไรก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้นมาจากเหรียญความเป็นส่วนตัวและก็บางทีอาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการกำกับดูแลเพิ่มเติมอีก

เอกสารดังกล่าวอ้างถึงเหรียญที่สมควรภายใต้ส่วนประกอบการควบคุมดูแลทางด้านการเงินของปัจจุบันนี้ที่ใช้โดย U.S. Financial Crimes Enforcement Network (FinCEN), the New York Department of Financial Services (NYDFS), Japan’s Financial Services Agency (FSA), the U.K.’s Financial Conduct Authority (FCA) แล้วก็ the Financial Action Task Force (FATF).

“เหรียญความเป็นส่วนตัวมีความเสี่ยงที่จะถูกฟอกเงินน้อยกว่าเหรียญคริปโตตัวอื่นๆเมื่อพิจารณาจากหลักฐานการใช้แรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในทางปฏิบัติ” เอกสาร white paper ระบุ

“นอกเหนือจากเหรียญความเป็นส่วนตัวจะมีการเสี่ยงอย่างที่น้อยกว่าเหรียญคริปโตตัวอื่นๆแล้ว กฎระเบียบ AML ที่มีอยู่ยังครอบคลุมความเสี่ยงพวกนั้นอย่างเหมาะควรรวมทั้งพอเพียงอีกด้วย”

รายงานบอกว่าในขณะธุรกรรมโดยมากที่ทำด้วยสกุลเงินดิจิทัลนั้นถูกตามกฎหมาย แต่ว่าเหรียญความเป็นส่วนตัวสามารถให้ประโยชน์ที่ “มีมากยิ่งกว่า” ในด้านของความเสี่ยงด้านการใช้งาน โดยพบว่ามากยิ่งกว่า 90% ของ Address ที่ใช้กันอยู่ใน Darknet โดยมากเป็นของ Bitcoin (BTC) , 0.3% สำหรับ Dash (DASH) , Monero (XMR) , Zcash (ZEC) แล้วก็ Zcoin(XZC) รวมกัน

“ประเด็นหลักก็คือเหรียญความเป็นส่วนตัวจะไม่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความเสี่ยงสำหรับเพื่อการฟอกเงินอย่างแท้จริง”

หนึ่งในแนวทางที่เหรียญความเป็นส่วนตัวสามารถแยกตัวเองออกมาจากวิธีการฟอกเงินด้วยคริปโตก็คือ พวกมันยังคงทำบันทึกสำหรับเพื่อการโอนบางต้นแบบ ส่วนมากกว่า 90% ของการฟอกเงินยังคงสำรวจไม่เจอ เนื่องจากว่าแบบการชำระเงินที่ไม่ใช่คริปโตสามารถจ่ายเงินข้ามพรมแดนได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ประโยชน์จากการบันทึกข้อมูลธุรกรรมบนบล็อกเชน

“ในตอนท้ายไม่มีหลักฐานว่ากฎระเบียบการฟอกเงินที่มีอยู่ไม่สามารถที่จะจัดแจงกับความเสี่ยงที่เกิดจากเหรียญความเป็นส่วนตัวได้อย่างพอเพียงและไม่มีเหตุมีผลที่จะกำหนดหลักเกณฑ์ AML ขึ้นมาใหม่” อ้างอิงตามเอกสาร white paper…

เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว

Business Insider ประกาศสามารถใช้ Bitcoin ซื้อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวในราคา 3,750 BTC

บริษัทผู้ขายเครื่องบินส่วนตัวแห่งหนึ่งได้ออกมาประกาศว่าพวกเขาเริ่มรับ Bitcoin เป็นช่องทางใหม่สำหรับในการจำหน่าย เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว แล้ว

โดยอ้างอิงจากรายงานของตอนวันที่ 13 ก.ย.2020.ก่อนหน้าที่ผ่านมาของ Business Insider บริษัทด้านเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว Aviatrade กำลังวางจำหน่ายเครื่องบินเวอร์ชันอัพเกรดของ 2014 Gulfstream G650ER ในราคาราวๆ 40 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,250,800,000บาท) หรือโดยประมาณ 3,750 BTC ในเวลานี้ โดยมีมหาเศรษฐีอย่างนาย Jeff Bezos หรือ CEO ของ Amazon และก็นาย Elon Musk หรือ CEO ของ Tesla ที่เป็นเจ้าของเครื่องบินโมเดลดังกล่าวด้วยด้วยเหมือนกัน โดยเจ้าเครื่องบินที่ว่านี้สามารถเดินทางได้ไกลถึง 7,500 nautical miles หรือจากเมืองลอส แองเจลิส ถึงซิดนีย์ได้แบบสบายๆ

“เรารับ Bitcoin เป็นช่องทางสำหรับในการซื้อขายสำหรับในการซื้อเครื่องบินธุรกิจส่วนตัว” กล่าวโดยเว็บฯของ Aviatrade

ประธานของ Aviatrade นาย Philip Rushton กล่าวว่าการใช้เงินสดเพื่อซื้อเครื่องบินอาจจะส่งผลให้พวกเขามีปัญหาด้านกฎหมายในบางประเทศได้ แต่ว่าดูเหมือนว่ากับ cryptocurrency นั้นปัญหาเรื่องกฎหมายนั้นจะเบาบางลงเป็นอย่างมาก

นอกจากโมเดล Gulfstream G650ER แล้ว ทาง Avaitrade ยังมีโมเดลอื่นๆให้เลือกสรรอีกเพียบเลยถึง 13 โมเดล โดยหนึ่งในนั้นก็มี Bombardier Global 7500s โดยมีราคาอยู่ที่ 2,274,599,600 บาท หรือราวๆ 6,800 BTC

บริษัทด้านเครื่องบินดังกล่าวนั้นดูราวกับว่าจะมิได้เป็นรายแรกที่เปิดรับคริปโตเป็นช่องทางการซื้อขาย โดยก่อนหน้าที่ผ่านมาเมื่อตอนมิ.ย.2020ก่อนหน้าที่ผ่านมา ผู้สนับสนุน bitcoin อย่างนาย Andreas Antonopoulos ออกมาบอกว่าบริษัท Kaizen นั้นเปิดรับ Bitcoin แล้วก็เหรียญคริปโตอื่นๆเป็นช่องทางสำหรับในการซื้อบริการขนส่งหรือซื้อเครื่องบินส่วนตัวแล้ว

นาย Antonopoulos เป็นต่อเทียบการซื้อขายเครื่องบินด้วยคริปโตกับในตอนที่เขาขายรถ Mini เป็นคริปโต โดยกล่าวว่า

“พวกเขาลองทดสอบขับแบบเร็วๆ” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “แต่ว่าตอนที่พวกเขากลับมา ผมก็ทำการเซ็น และก็รู้สึกมั่นใจว่าเงินที่ผมได้รับมานั้นเป็นของจริง, ไม่สามารถที่จะถูกปลอมแปลงได้ และก็มันถูกขุดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ และไม่สามารถนำมันกลับคืนมาได้ ทำให้ผมสามารถทำธุรกรรมดังกล่าวได้โดยง่าย และก็นั่นก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำไมผู้คนที่ขายเครื่องบินถึงหันมาใช้มันด้วย”

 

 

เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว…

BinanceSmartChain

Binance นำโปรเจค DeFi เข้าร่วมแพลทฟอร์ม BSC

CEO ของ Binance นาย Changpeng Zhao (CZ) ได้ออกมาประกาศเชื้อเชิญโปรเจคด้าน DeFi อีกจำนวนมากให้มาร่วมกับแพลทฟอร์ม BinanceSmartChain ( BSC ) ของเขา

โดยอ้างอิงจากพูดคุยบนทวิตเตอร์ของผู้ใช้งานรายหนึ่งนั้น นาย CZ ได้ชี้แจงว่าถ้าเกิดทำแบบนี้แล้วมันจะช่วยลดการแออัดคับแคบของเครือข่าย Ethereum ลง และก็นั่นจะมีผลให้ค่าธรรมเนียมของเหรียญ ETH ลดน้อยลงอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านี้นาย CZ ยังกล่าวอีกด้วยว่า Binance Smart Chain นั้นไม่นับว่าเป็นคู่แข่งขันของ Ethereum แล้วก็จะมิได้มาแทนที่มันอีกด้วย แต่ว่าก็กล่าวว่าแพลทฟอร์ม smart contract ของเขานั้นมีออพชันสำหรับนักพัฒนาให้เลือกเยอะกว่ามากมาย

“BSC นั้นไม่เคยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแทนที่ ETH แต่ว่า BSC นั้นเพียงทำงานร่วมกับ ETH ได้ก็เพียงแค่นั้น Smart project นั้นกำลังทำให้ผู้ใช้งานมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และก็หนึ่งในซึ่งก็คือค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า”

นาย CZ ได้สรุปความเห็นของเขาโดยเปิดเผยให้เห็นว่าโวลุมวิธีการทำธุรกรรมบน Binance Smart Chain ได้มากขึ้นถึง 10% ถ้าหากเทียบกับของ Ethereum เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ก่อนหน้าที่ผ่านมาทาง Binance ได้เปิดตัว Binance Smart Chain ช่วงวันที่ 1 ก.ย.2020ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา และก็ทาง CZ ก็เคยประกาศไปแล้วว่าเขาจะแบ่งเงิน 100 ล้านดอลลาร์เพื่อเป็นเงินลงทุนให้กับบริษัทที่ต้องการจะพัฒนาโครงการบน Smart Chain ของ Binance เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ในเวลาเดียวกัน นาย CZ ก็ได้ออกไปทวีตแยกในอีกทวิตเตอร์หนึ่ง โดยพูดคุยเกี่ยวกับการตัดสินใจสำหรับในการเพิ่มโปรเจคด้าน DeFi อีกหนึ่งตัวหนึ่ง ถึงแม้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาพวกเขาจะถูกวิจารณ์อย่างมากเกี่ยวกับการลิสต์เหรียญ SUSHI ให้เทรด กระทั่งถูกผู้ก่อตั้งเทขายอย่างหนักรวมทั้งทำให้ราคาหล่นหนักมาและก็ตาม โดยปัจจุบันนี้ทาง Binance Chain นั้นได้รองรับ BurgerSwap โดยนับว่าเป็นโครงการด้าน DeFi ตัวล่าสุดที่มีอัตราวิธีการทำธุรกรรมบนแพลทฟอร์มที่สูงมากในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาอีกดว้ย

“ในอดีต ผมพยายามที่จะไม่กล่าวถึงโปรเจคหรือเหรียญแบบเฉพาะเจาะจง แต่ว่าหลังจากนี้ไปผมพยายามที่จะทวีตเกี่ยวกับโปรเจคบน Binance Smart Chain ให้เพิ่มมากขึ้น มันไม่ใช่การสนับสนุนแต่อย่างใด แต่ว่าเป็นเพียงการโฆษณาชุมชนเฉยๆ” กล่าวโดยนาย CZ

เขายังกล่าวเสริมว่ามีโปรเจค DeFi จำนวนมากที่ถูกผลิตขึ้นมาแต่ว่าก็ล้มเหลวไป

“บางเจ้าก็หลอกล่อนักลงทุนด้วยการทำเงินไว แต่ว่าก็ตามมาด้วยความเสี่ยงที่สูงมากมาย อย่าลงทุนเม็ดเงินไปในสิ่งที่คุณไม่สามารถที่จะสูญเสียมันได้เลย”

 

 

BinanceSmartChain…

นักวิเคราะห์

เชื่อ Bitcoin ยันราคายังคงอยู่มากกว่า 10,000 ดอลลาร์

ราคา bitcoin นั้นจำเป็นจะต้องยืนอยู่เหนือระดับปัจจุบันนี้ให้ได้ถ้าหากมันยังต้องการที่จะเป็นขาขึ้นอยู่กับอ้างอิงจาก นักวิเคราะห์

ราคา Bitcoin นั้นจะต้องยืนอยู่ให้เหนือ 10,000 ดอลลาร์ให้ได้ในอนาคตอันใกล้นี้เพื่อจะยังคงยืนยันว่ามันยังอยู่ในตลาดขาขึ้นอยู่กับอ้างอิงจากนักวิเคราะห์ระดับมาโครรายหนึ่ง

โดยเขานั้นได้ทำเผยกราฟข้างล่างนี้ซึ่งเคยได้เห็นว่าแบบการเคลื่อนไหวของราคา bitcoin ในระดับมาโครนั้นกำลังวิ่งไปพร้อมๆกับตัวชี้วัดที่ชื่อว่า Ichimoku Cloudโดยราคาของมันนั้นได้พุ่งไปแตะระดับดังกล่าวก่อนจะร่วงลงมาเป็นเวลาหลายหน

นักวิเคราะห์

ยิ่งกว่านั้นดูราวกับว่าเขาจะไม่ใช่เพียงแค่ผู้เดียวที่รู้สึกว่าราคา bitcoin นั้นควรที่จะต้องยืนอยู่เหนือระดับดังกล่าวให้ได้อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามีรายงานจากสื่อแห่งหนึ่งที่เปิดเผยว่ามีนักเตะรายหนึ่งที่เคยทำนายราคาได้อย่างเที่ยงตรงออกมาเปิดเผยว่าราคาของ bitcoin นั้นคนที่จะยืนอยู่ 10,000 ดอลลาร์เพื่อจะให้เป็นขาขึ้นซึ่งนักเทรดดังกล่าวนั้นเคยทำนายราคาของ bitcoin ได้อย่างเที่ยงตรงในช่วงปลายปี 2018 และก็ 2019 ทั้งปี

“ตามที่คุณมองเห็นนี้ระดับ 10,000 ดอลลาร์นั้นนับว่าเป็นระดับที่สำคัญมากสำหรับ bitcoin รวมทั้งมันเคยถูกทำลายมาหลายหนแล้วในอดีตซึ่งนับว่าเป็นเวลาที่เป็นขาลงแต่ว่าในเวลานี้มันกำลังถูกทำลายจากสำหรับในการเป็นขาขึ้นซึ่งมันจะต้องใช้เวลานานมากยิ่งกว่าที่ผมคาดหวังไว้ซะอีกแต่ว่านั่นมิได้ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจมากเท่าไรนักเมื่อผมลองมองย้อนกลับไปถ้าหากราคา bitcoin สามารถยืนเหนือ 10,000 ดอลลาร์ได้ในกราฟรายสัปดาห์มันควรต้องกลายเป็นฐานที่แข็งแกร่งเพื่อการเติบโตในอนาคตรวมทั้งผมมั่นใจว่ามันจะเป็นเช่นนั้น”

นักวิเคราะห์

ดูเหมือนกับว่าราคาตลาดหุ้นนั้นจะเป็นตัวที่ช่วยตัดสินชะตากรรมของราคา bitcoin ได้ในระยะสั้น

มูลค่าของตลาด s&p 500 ดูราวกับว่าจะตรงกับมูลค่าของ bitcoin ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้นั่นหมายความว่าถ้าราคาตลาดหุ้นมากขึ้นราคา bitcoin ก็มีแนวโน้มที่มากขึ้นด้วยด้วยเหมือนกัน…

ถูกล็อค

Bitcoin ที่ถูกล็อคบน Defi มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 30%

ดูเหมือนในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาจำนวน BTC ที่ ถูกล็อค ในแพลตฟอร์ม Defi จะมากขึ้นกว่า 30% ถึงแม้ราคา Bitcoin ( BTC ) รวมทั้ง Ethereum ( ETH ) จะยังคงตกน้อยลงก็ตาม

มูลค่าเงินดอลลาร์ทั้งหมดที่ถูกล็อค (TVL) สามารถปรับตัวมากขึ้นหรือน้อยลงได้ตามราคาตลาด แม้ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนโทเค็นที่ล็อคไว้ก็ตาม ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามูลค่าเงินดอลลาร์ทั้งหมดที่ถูกล็อคบนแพลตฟอร์ม Defi ร่วงน้อยลงจากจุดสูงสุดตลอดกาล ที่ 9.6 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 2 ก.ย.2020ไปเป็น 6.11 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 10 ก.ย. 2020 ก่อนจะไต่กลับขึ้นมาสู่ระดับ 7.82 พันล้านดอลลาร์อีกรอบ

จากข้อมูลของ DefiPulse เปิดเผยให้เห็นว่าจำนวน BTC ที่ถูกล็อคบนแพลตฟอร์ม Defi มากขึ้นจาก 67,038 BTC หรือ 694 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 2 ก.ย. 2020 แตะจุดสูงสุดตลอดไปที่ 87,752 BTC หรือ 904 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากขึ้นกว่า 30.9% หรือคิดเป็น 20 เท่าของ BTC ที่ถูกล็อคไว้บนเครือข่าย Lightning Network

ส่วนมากกว่า 50% หรือ 51,295 BTC ของ BTC ที่ถูกล็อคอยู่ในรูปแบบ WBTC บนเครือข่ายของ Ethereum รวมทั้งคิดเป็นจำนวน BTC ที่เพิ่มขึ้นกว่า 63% ตั้งแต่แมื่อวันที่ 2 ก.ย.2020

RenVM ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้โทเค็น BTC ของตัวเองบนเครือข่าย Ethereum มีการล็อค Bitcoin จะนวน 17,630 BTC รวมทั้งคิดเป็นจำนวนที่มากขึ้นกว่า 2,500 BTC นับจากต้นเดือน

ตรงกันข้ามเครือข่าย Lightning Network กลับมีสัดส่วนแค่เพียง 1.2% หรือ 1,061 BTC ของ BTC ทั้งหมดที่ถูกล็อคไว้ใน DeFi โดยจำนวนเหรียญ BTC ที่ถูกล็อคบน Lightning Network มากขึ้นแค่เพียง 4 BTC หรือน้อยกว่า 0.02% ของการเจริญเติบโตทั้งหมดของ BTC จนกระทั่ง ก.ย.2020

198 BTC ถูกเพิ่มเข้ามาในเครือข่าย Lightning ตั้งแต่แมื่อตอนต้นปีบ่งบอกถึงถึงการเติบโตประมารณ 23% และก็น้องกว่าการเติบโตมากขึ้นของ WBTC ในปีนี้ที่ระดับมากยิ่งกว่า 50,000 BTC หรือจำนวนที่มากขึ้นกว่า 8,600%

แม้ว่าจะมีการลบเหรียญ Ethereum กว่า 600,000 เหรียญออกมาจากโปรโตคอลของ DeFi แต่ว่า Bitcoin ก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งอันดับที่สองที่ห่างไกล หรือคิดเป็นมูลค่าน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบเคียงกว่าเหรียญ Ethereum 5.6 ล้านเหรียญที่ถูกล็อคอยู่ไว้ภายในแพลตฟอร์ม โดยเหตุนั้นมีความหมายว่าโดยรวมแล้วเกือบจะ 5% ของอุปทานเหรียญ Ethereum ถูกล็อคเอาไว้อยู่บนแพลตฟอร์ม DeFi

ถูกล็อค…

stablecoin

USDC ได้เลิกใช้บล็อกเชนของ Ethereum

ดูอย่างกับว่าเหรียญ stablecoin คู่ปรับอย่าง USDT นามว่า USDC ได้เลิกใช้บล็อกเชนของ Ethereum ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและก็หันใช้ของตัวอื่นแทน ตอนนี้ USDC ได้เปิดให้บริการบน Algorand blockchain อย่างสมบูรณ์

การนำเสนอ USDC บน Algorand blockchain จะช่วยเพิ่มความสามารถสำหรับในการปรับขนาดของสินทรัพย์บน layer 1 โดยรองรับธุรกรรมมากยิ่งกว่า 1,000 รายการต่อวินาทีหรือ TPS ในช่วงเวลาที่ค่าธรรมเนียมจะเสียน้อยกว่าหนึ่งเพนนี (1/20 ของหนึ่งเซ็นต์)

“นี่เป็นก้าวสำคัญสำหรับในการชำระเงินในกระแสหลักที่จะไม่มีการสะดุด ตลอดจนถึงแอปพลิเคชันทางด้านการเงินที่สลับซับซ้อน” Silvio Micali ผู้จัดตั้ง Algorand Inc. กล่าวในแถลงการณ์และก็เสริมว่า “การเปิดตัวคราวนี้กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความสะดวกสบายของ USDC แล้วก็โปรโตคอลระดับสูงสำหรับทั่วทั้งโลก การแลกเปลี่ยนทางด้านการเงินโดยการใช้ Layer-1 smart contracts นั้นเรียบง่ายแล้วก็ปลอดภัยเช่นเดียวกับการจ่ายเงินทั่วๆไป”

USDC เปิดตัวในปี 2018 โดยเป็นเหรียญ stablecoin ที่มีค่าดอลลาร์หนุนหลัง ซึ่งปฏิบัติงานบน Ethereum blockchain ภายใต้ขอบเขตของ Center Consortium ซึ่งเป็นหน่วยงาน overwatch ที่รับผิดชอบ USDC ในมิ.ย. 2020 Center ได้เปิดตัว Multichain USDC Framework โดยมีเป้าหมายที่จะมองเห็นการเปิดตัวโทเค็น USDC บนเครือข่ายอื่นๆที่นอกเหนือจากการใช้ Ethereum

“การโยกย้าย USDC ออกมาจาก Ethereum ไปยังบล็อคเชนอื่นๆอาทิเช่น Algorand จะช่วยทำให้มั่นใจได้ว่า USDC นั้นมีความยืดหยุ่นและก็สามารถรองรับได้ทุกๆอย่าง ตั้งแต่แมื่อโครงการ DeFi ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นใหม่ไปจนกระทั่งสถาบันการเงินขนาดใหญ่” นาย Alesia Haas CFO ของ Coinbase กล่าวในแถลงการณ์ “การเปิดตัวในวันนี้บ่งบอกถึงถึงการปรับปรุงแก้ไขที่สำคัญสำหรับความสามารถสำหรับในการปรับขนาดของ USDC การปรับปรุงยูทิลิตี้จะทำให้โปรโตคอลมีประโยชน์เพิ่มมากขึ้นสำหรับการแก้ไขปัญหาทางด้านการเงินในโลกแห่งความเป็นจริง”

Coinbase แล้วก็ Circle เป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง Center Consortium ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง แล้วก็เมื่อเร็วๆนี้ USDC ได้บรรลุเป้าหมายโดยมีมูลค่าตลาดพุ่งทะลุระดับ 1 พันล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการ…

CoinFund

Rarible พึ่งเปิดตัวมูลค่าพุ่งสูงถึง 100% หลังได้รับทุนจาก CoinFund

CoinFund ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนคริปโตในนิวยอร์กเพิ่งจะได้กระทำการลงทุนในตลาดโทเค็น (NFT) ที่เน้นไปที่ศิลปะดิจิทัลในชื่อโปรเจคว่า Rarible

ตามการประกาศในวันที่ 8 ก.ย. 2020 จาก Rarible เงินลงทุนจากรอบระดมทุน pre-seed จะถูกเอาไปใช้เพื่อพัฒนาตลาด NFT ที่มี “กำกับดูแลโดยชุมชน” แพลตฟอร์ม Rarible ได้เปิดตัวขึ้นเมื่อช่วงต้นปีนี้แล้วก็เริ่มออกโทเค็นกำกับดูแลที่มีชื่อว่า RARI ในสัปดาห์นี้ โดยราคาของเหรียญได้ปรับตัวมากขึ้นเป็นสองเท่า ภายหลังที่เปิดให้ซื้อขายกันบน Uniswap เมื่อช่วง 1 วันก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

Rarible คาดการณ์ว่าภาค NFT จะมีมูลค่ามากขึ้นอีกราวๆ 50% รวมทั้งมีมูลค่าตลาดโดรวมอยู่ที่โดยประมาณ 315 ล้านดอลลาร์ด้านในปีนี้

อ้างอิงจากบล็อกโพสต์ของ CoinFund บริษัทคาดเดาว่า “เนื้อหาดิจิทัลทั้งหมดกำลังเกิดขึ้นบนเครือข่าย NFT” โดยบริษัทได้ย้ำถึง “ความมากมายของเนื้อหาดิจิทัลออนไลน์ซึ่งสามารถวางเอาไว้ที่ด้านบนบล็อกเชนในลักษณะของ NFT ได้”

“เพราะว่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาได้ก้าวไปสู่เทคโนโลยี ​​ blockchain ที่เป็นของ NFT อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเนื้อหาดิจิทัลหลายล้านล้านรายการจะย้ายไปยังตลาด NFT ซึ่งสิ่งนี้จะปลดล็อคมูลค่าสภาพคล่องจำนวนเป็นอันมากรวมทั้งกลายเป็นประเภทสินทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนพื้นที่ บล็อกเชน”

CoinFund กล่าวชี้แจงว่าโทเค็นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่สามารถใช้แทนกันได้เป็นการแสดงสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับเนื้อหาดิจิทัลทุกแบบ

อย่างเช่น บริษัทย้ำถึงความไม่เหมือนระหว่าง “การถ่ายภาพโมนาลิซา” กับ “การเป็นเจ้าของผลงานชิ้นโบแดงของ Leonardo da Vinci จริงๆ” ก็คือ ผู้ที่มีรูปถ่ายไม่สามารถที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าชมทุกปีมากถึง 10.2 ล้านดอลลาร์เพื่อดูภาพนี้ได้

NFT กำลังจะเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มทรัพย์สินด้านการเงินรูปแบบใหม่ที่มีมูลค่าพรั่งพร้อม เพื่อได้จำนวนเงินนี้มา เราจะต้องมีสถานที่สำหรับขายประมูลและก็ซื้อขายทรัพย์สินใหม่พวกนี้”…

Launchpool

Binance เปิดตัว ‘Launchpool’ แพลตฟอร์มใหม่ ที่สามารถเข้าไปรับส่วนแบ่งปันผลได้

ในขณะเมื่อวานนี้เว็ปเทรดคริปโตระดับโลก Binance ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ ‘ Launchpool ’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถได้รับผลตอบแทนจากการฝากทรัพย์สินใหม่และก็ยังจะได้รับโทเค็นใหม่จากการ stake เหรียญ BNB, BUSD แล้วก็อื่นๆอีกมากมาย

โดยโปรเจคแรกที่ Bianance จะเพิ่มเข้ามาใน Launchpool ก็คือ Bella protocol ซึ่งผู้ใช้จะสามารถกระทำการ stake เหรียญ BNB, BUSD หรือ ARPA ในสาม pool ที่แตกต่างเพื่อทำฟาร์มเหรียญ BEL เป็นเวลา 30 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 2020/09/09 00:00 น. (UTC ) เป็นต้นไป

นอกเหนือจากนั้น Binance จะกระทำการลิสเหรียญ BEL บนแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนในเวลา 6:00 AM (UTC) 16/9/2020 รวมทั้งเปิดให้ซื้อขายคู่เงิน BEL / BTC, BEL / BNB, BEL / BUSD แล้วก็ BEL / USDT อีกด้วย

Binance ระบุว่ามันเป็นประโยชน์มากไม่น้อยเลยทีเดียวจากการถือครองและก็การใช้งานเหรียญ $ BEL อาทิเช่นส่วนลดสำหรับ Bella Service , การ staking , การโหวตลงคะแนน , การกำกับดูแลและก็การรับผลตอบแทน

Bella protocol สามารถระดมทุนได้เงินรวม 4.50 ล้านดอลลาร์ ผ่าน private token sale ที่ดำเนินการในส.ค. 2020 โดยมีผู้ถือหุ้นที่โดดเด่น สะดุดตาที่สุด…

SushiSwap

SushiSwap Protocol เทขายเหรียญ SUSHI จนหมดมีผลทำให้ราคาร่วงกว่า 60%

ในตอนเมื่อวานนี้ก่อนหน้าที่ผ่านมากลุ่มนักพัฒนาที่อยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง SushiSwap Protocol ได้กระทำการเทขายเหรียญที่พวกเขาเสกขึ้นมาจนกระทั่งหมดเกลี้ยงมีผลทำให้ราคานั้นได้ตกลงไปกว่า 60% อย่างยิ่งจริงๆ

SushiSwap

ในเวลาเดียวกันตลาดเหรียญคริปโตจำนวนมากนั้นก็เริ่มที่จะมีแรงเทขายอย่างหนักที่เกิดขึ้นแล้วโดยมูลค่าตลาดนั้นได้สูญหายไปราวๆ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานี้

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามีกล่าวว่านักพัฒนาหลักของแพลตฟอร์ม SushiSwap ได้กระทำการเทขายเหรียญที่เขาเสกขึ้นมาเองอย่าง SUSHI ให้เปลี่ยนมาเป็นเหรียญ eth โดยสำหรับการเทขายดังกล่าวนั้นคิดเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ แต่ว่าภายหลังที่เทขายไปแล้วเขาก็ออกมากล่าวถึงว่ามูลเหตุที่จะต้องทำดังกล่าวก็เพื่อ project ของเขายังคงเดินต่อไปได้และไม่จะต้องกังวลแต่อย่างใด

หลังจากนั้นกลุ่มชุมชนคริปโตก็ออกมาแสดงความโมโหรวมทั้งโกรธอย่างหนัก โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนที่เขานั้นออกมาเปรียบตัวเองว่าเป็นเช่นเดียวกับนาย Charlie Lee หรือผู้สร้างเหรียญ Litecoin โดยกล่าวถึงว่าเขานั้นควรที่จะต้องได้รับส่วนแบ่งเป็น ETH เนื่องจากเขาเป็นผู้สร้างโปรโตคอลนี้ขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อทุกหยด

SushiSwap

 

หลังจากนั้นราคาของเหรียญ SUSHI ก็ได้สูญเสียมูลค่าไปมากกว่า 60% ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่หลายๆคนคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาแล้ว

แต่มิได้มีเพียงแต่เหรียญ SUSHI เหรียญเดียวแค่นั้นแต่ว่ายังมีราคาของเหรียญ Bitcoin และก็เหรียญ Altcoin อื่นๆที่ร่วมลงอย่างรุนแรงอีกด้วย…

Glassnode

pornhub ประกาศรับเหรียญ Litecoin เป็นช่องทางในการจ่ายเงินค่า subscribe แล้ว

บริษัทผู้ให้บริการด้านข้อมูลบนบล็อกเชนอย่าง Glassnode ได้ออกมาทวิตใจความว่า volume วิธีการทำธุรกรรมของเหรียญ Litecoin นั้นได้พุ่งขึ้นสูงมากจากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาโดยสูง 55 เปอร์เซ็นต์อย่างยิ่งจริงๆ

ในเวลาเดียวกันราคาของเหรียญดังกล่าวนั้นก็ได้หล่นลงจากที่ระดับ 53 ดอลลาร์ไปแตะ 49 ดอลลาร์

ข้อมูลที่ได้รับมาจากเว็บด้านการวิเคราะห์เกี่ยวกับตกเทรนอย่าง glassnode ชี้ว่าในตอนไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานี้วิธีการทำธุรกรรมบนเครือข่ายของเหรียญ Litecoin นั้นได้พุ่งขึ้นมากถึง 55.8 เปอร์เซ็นต์โดยมากขึ้นจาก 163.225 Ltc ไปอยู่ที่ 254.255 LTC

นอกจากนี้เส้น MA แบบ 24 ชั่วโมงก็ยังได้พุ่งทำจุดสุดยอดในรอบ 5 เดือนโดยพุ่งไปแตะ 249.768 LTC ซึ่งมากขึ้นจาก 245.656 LTC ของวันที่ 13 ม.ย.2020ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาในปีนี้อีกด้วย

เมื่อเร็วๆนี้มีรายงานมาว่าผู้ใช้งาน Litecoin สามารถที่จะเอาไปใช้จ่ายถึงที่กะไว้ร้านกว่า 2,100 แห่งทั่วทั้งโลกแล้ว

โดยข้อมูลดังกล่าวนั้นได้ถูกรวบรวมโดยบริษัท Cryptwerk โดยในตอนส.ค.2020ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาปริมาณจำนวนของบริษัทที่รับเหรียญ ltc เป็นหนทางสำหรับการใช้จ่ายสินค้านั้นได้มากขึ้นถึง 500 บริษัทถ้าหากเทียบกับของก.ค.2020ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อราวๆ 2 วันที่ผ่านมาได้รายงานไปแล้วว่าเว็บผู้ให้บริการด้านหนังโป๊ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง pornhub ได้ออกมาประกาศรับเหรียญ Litecoin เป็นช่องทางสำหรับเพื่อการชำระเงินค่า subscribe แล้ว

หักดอกย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาทาง Pornhub เคยได้มีการประกาศรับเหรียญ Verge รวมทั้ง Tron แล้ว…