About OliviaCalhoun

Here are my most recent posts

เก็บกระเป๋า

สมาชิกของกลุ่มชุมชน XRP หายไป 63% หลังราคานั้นตกลงมากว่า 95% จากจุดสูงสุด

เมื่อราคาของ XRP นั้นได้ตกลงถึง 95% จากจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ สมาชิกจำนวนมากของชุมชนแฟนคลับของเหรียญ XRP นั้นได้ เก็บกระเป๋า แล้วก็ออกมาจากกลุ่มดังกล่าวไปแล้ว

ในช่วงสองปีให้หลัง Ripple นั้นได้สูญเสีย 63% ของสมาชิกในกลุ่ม อ้างอิงจากข้อมูลที่ถูกเก็บบน Telegram ของนักเทรดผู้ใช้นามปากกาว่า Aztek_Btc

เก็บกระเป๋า

ข้อมูลของเขานั้นบ่งชี้ว่าระหว่างในช่วงเดือนมิถุนายน 2018 และเดือนเมษายน 2020 นั้น มีกลุ่มชุนชนด้านเหรียญคริปโตหลัก ๆ บน Telegram เป็นจำนวนมากที่สูญเสียสมาชิกไป เนื่องจากว่าราคาของเหรียญที่ร่วงลงมาอย่างรุนแรง และมันก็ไม่มีอะไรดึงดูดพวกเขาเอาไว้ได้อีกต่อไป

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าเหรียญ XRP นั้นได้ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งเหรียญคริปโตที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดในปีนี้แล้ว หากนับตั้งแต่ตอนช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 นอกจากนี้ราคาของ XRP นั้นได้ร่วงลงมาถึง 95% จากจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์เมื่อเดือนมกราคมปี 2018

เก็บกระเป๋า

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทผู้สร้างเหรียญ XRP ก็ยังเทขายเหรียญของพวกเขาท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้อีกด้วย ซึ่งส่งผลทำให้ราคานั้นร่วงลงไปอีก

“เมื่อช่วงต้นปีนี้ CEO ของ Ripple นาย Brad Garlinghouse ได้เผยว่าทาง Ripple นั้นกำลังจะไม่อยู่ในภาวะกำไรอีก หากไม่ทำการขายเหรียญ XRP ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าการขายเหรียญ XRP นั้นสามารถช่วยทำให้บริษัทอยู่รอดได้” อ้างอิงจาก Messari

แม้ว่าทาง Ripple นั้นค่อนข้างที่จะมีความโปร่งใสในเรื่องของการขายเหรียญ XRP ของพวกเขา แต่ดูเหมือนว่าผู้ถือเหรียญนั้นก็จะไม่ค่อยชอบเท่าไรนักกับการเทขายเหรียญรายเดือนของบริษัท ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่านักลงทุนบางคนถึงขั้นขู่ที่จะ hard fork เหรียญ XRP แยกไปเลยด้วยซ้ำ นอกจากนี้ทางบริษัทยังเคยออกมาประกาศว่าพวกเขานั้นไม่แคร์เรื่องราคาของ XRP และไม่สนใจเสียงจากชุมชนผู้ใช้งานเหรียญเลยด้วยซ้ำ

นอกเหนือจาก Ripple นั้น ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่สูญเสียความสนใจในตัว Litecoin ไปด้วยเช่นกัน ซึ่งมีสมาชิกในชุมชนที่สูญหายไปถึง 67% จากกลุ่ม Telegram ส่วนกลุ่มด้านคริปโตอื่น ๆ นั้นก็ได้สูญเสียผู้คนไปราว ๆ 25-75% ของสมาชิกด้วยเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตนั้นก็ยังไม่ตาย…

อัตราการทำธุรกรรม

การทำธุรกรรมเหรียญ Dogecoin รายวันเพิ่มขึ้นถึง 35% จากสองเดือนที่แล้ว

ในขณะที่ตลาด Bitcoin นั้นดูเหมือนว่าจะเริ่มมี อัตราการทำธุรกรรม ที่น้อยลง หากนับตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมมาจนถึงในขณะนี้ แต่ทว่า Dogecoin ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียทีเดียว

ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่เริ่มส่งเหรียญ DOGE หากันตั้งแต่ในช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา อ้างอิงจากข้อมูลการทำธุรกรรมบน Blockchain ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกมาก กับการใช้เจ้าเหรียญสุนัขชิบะอินุดังกล่าวเพื่อโอนหากันท่ามกลางวิกฤตโลกในขณะนี้ หรือว่าผู้คนนั้นต้องการที่จะคลายเครียด?

เหรียญ DOGE มีการทำธุรกรรมที่มากขึ้น
ไม่มีใครทราบสาเหตุดังกล่าวว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อการทำธุรกรรมด้วยเหรียญ DOGE นั้นได้เริ่มพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขการทำธุรกรรมรายวันในขณะนั้นได้เพิ่มจาก 24,000 ธุรกรรมต่อวันไปแตะ 32,400 ธุรกรรมต่อวันในวันที่ 12 เมษายนนี้ โดยคิดเป็น 35% เลยทีเดียว

เหรียญ Dogecoin นั้นถือเป็นเหรียญคริปโตที่ใช้อัลกอริทึ่ม proof of work แบบพิเศษที่ตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาการ halving ของมัน โดยการ halving ครั้งล่าสุดของเหรียญดังกล่าวนั้นคือเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015 ที่ผ่านมา และด้วยความที่มันมีการขุดที่ค่อนข้างง่ายนั้น ทำให้มันสามารถดึงดูดนักขุดมาได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

โดยในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง เหรียญราชาอย่าง Bitcoin นั้นได้มีจำนวนการทำธุรกรรมรายวันที่ลดลงจาก 316,000 ต่อวันเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ลงมาเหลือแค่ 228,000 ต่อวัน เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา

เครือข่ายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
การเพิ่มขึ้นของราคาเหรียญ DOGE นั้นมักจะถูกนำไปผูกกับเหตุผลว่าฤดูกาลขาขึ้นของ altcoin มาถึงแล้ว แต่อันที่จริงแล้วนักวิเคราะห์บางคนนั้นเชื่อว่ามันเป็นเหมือนกับตัว indicator สำหรับวงจรของตลาดมากกว่า

แม้ว่าจะเป็นเหรียญ meme ที่ถูกสร้างขึ้นมาเล่น ๆ แต่เหรียญ Doge นั้นก็ค่อนข้างที่จะมีความปลอดภัยในตัวมันเองอยู่ระดับหนึ่ง โดยงานวิจัยเมื่อปีที่แล้วเผยว่าเหรียญ Doge นั้นถือเป็นเหรียญอันดับสามในการที่ถูกโจมตี 51% ยากที่สุด ตามหลัง Bitcoin และ Ethereum มาติด ๆ

โดยในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ เหรียญ DOGE นั้นมีราคาที่ร่วงลงถึง 3% ต่อเงินดอลลาร์ แต่ก็ยังคงที่ต่อเหรียญ Bitcoin โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 237 ล้านดอลลาร์

จากเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นมาเล่น ๆ สู่เหรียญอันดับต้น ๆ ของโลกที่เปลี่ยนชีวิตของผู้คนมานักต่อนักแล้ว และนี่คือเหตุผลที่ทำไมปัจจุบันมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่รัก Dogecoin

อัตราการทำธุรกรรม…

แนะนำให้คนเข้ามาลงทุน

คาดมีแค่ 1 Bitcoin ก็เพียงพอต่อการเกษียณ

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ต่าง แนะนำให้คนเข้ามาลงทุน Bitcoin มากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่ราคาร่วงให้ซื้อ BTC เก็บไว้เป็นเงินวัยเกณียณของตน ซึ่งมันก็ไม่ใช่แนวคิดที่แปลกใหม่โดยด้านนักวิเคราะห์รายหนึ่งก็ชี้ว่าแค่ซื้อ BTC เก็บสะสมไว้ 1 BTC นั้นก็เพียงพอที่จะให้ผลตอบแทนในระยะยาวสูงมากๆ แล้ว

ระยะเวลาสี่สิบปีที่ผ่านมาแผนการเกษียณอายุในประเทศที่พัฒนาแล้วได้ค่อยๆ เปลี่ยนจากโครงการผลประโยชน์คงที่ เช่น แผนเงินบำนาญมาตรฐานไปเป็นโครงการเงินสมทบที่กำหนดเช่น 401ks ซึ่งก็มีการดีเบตเกิดขึ้นในสังคม

สถานการณ์การเงินของโลกก็ส่งผลทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ผู้เกษียณอายุก็ได้รับผลกระทบตรงนี้ มูลค่าของเงินที่เก็บมาเกือบทั้งชีวิตเมื่อเกษียณอายุไปอาจไม่มากพอ ซึ่งนักวิเคราะห์ Davincij15 ก็ได้ออกมาชี้ให้เห็นถึงประเด็นนี้

และขาก็ได้ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างการเริ่มเก็บเงินตอนอายุยังน้อยและชี้ให้เห็นถึงปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นซึ่งทำให้เงินเก็บมีมูลค่าลดลงดังนั้นเขาจึงมองว่า Bitcoin นั้นเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่ดี

มีแนวโน้มที่คนทำงานในยุคนี้จะเก็บ Bitcoin เป็นเงินในวัยเกษียณของพวกเขานั้นมีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้นั้นเชื่อว่าการลงทุนในคริปโตจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าสินทรัพย์แบบดั้งเดิมและเชื่อว่าคริปโตจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะคล้ายทองคำและพันธบัตรรัฐบาล…

พูดถึงและสร้างความสนใจ

การคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่ 3,000 ดอลลาร์ของ CEO เว็บเทรด BitMEX นั้นมีความเป็นไปได้มากขนาดไหน

นาย Arthur Hayes ผู้เป็น CEO ของ BitMEX มีการ พูดถึงและสร้างความสนใจ อีกครั้ง หลังจากที่ได้พิสูจน์ว่า Bitcoin สามารถลดลงถึง 3,000 ดอลลาร์ในขณะที่เป้าหมายนี้เป็นจริงดัชนีหลายตัวบ่งชี้ว่าจะต้องการเกิดขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะเป็นดังที่ CEO ของเว็บเทรดชื่อดังกล่าว

ซึ่งโดยนาย Arthur Hayes คิดว่า Bitcoin จะมีราคาอยู่ที่ 3,000 ดอลลาร์เป็นจริงตามสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ในขณะเดียวกัน นาย Tone Vayes คิดว่า Bitcoin จะเป็นเหมือนกับ SafeHeaven ของใครหลาย ๆ คน

สัญญาณของการลดลงต่อไปในอนาคต
ในบล็อกโพสต์เมื่อเร็ว ๆ นี้นาย Arthur Hayes ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ BitMEX อธิบายว่าตลาดการเงินทั่วโลกกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการชะลอตัวต่อไปอีกสักพักใหญ่

ผู้ประกอบการสถาบันในอดีตยืนยันว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐที่วุฒิสภาสหรัฐส่งผ่านมาเพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากการระบาดอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและได้แต่รอดูท่าทีการตอบสนองต่อไป

ถึงแม้ว่าตลาดหุ้น S&P 500 จะมีการเพิ่มขึ้นเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์จากความผิดพลาดเมื่อเร็ว ๆ นี้ Hayes เชื่อว่าแรงกระตุ้นแบบกระทิงนี้หมายถึงการขึ้นเพื่อเตรียมที่จะลงต่อเช่นเดียวกันกับในตลาดคริปโตเคอเรนซี่

“เมื่อ SPX ทดสอบ 2,000 คาดว่าสินทรัพย์ทุกประเภทจะมีการถูกเทอีกครั้ง เนื่องจากความรุนแรงในขณะที่มูลค่าสินทรัพย์ในไตรมาสที่ 1 ร่วงลง พวกเราที่ไม่มีความสมดุลมาเกือบ 100 ปีกำลังจะเปลี่ยนยุคอย่างจริงจังอีกครั้ง” เฮย์สกล่าว

ส่วนทางด้านของอดีตผู้จัดการตลาด Deutsche Bank ยืนยันว่า Bitcoin สามารถทดสอบระดับราคา 3,000 ดอลลาร์อีกครั้งก่อนที่จะคาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและสิ้นสุดปีนี้ที่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์ตามการคาดการณ์

และเมื่อพิจารณาถึงสถานะของความปั่นป่วนรอบโลก โอกาสในการมองโลกในแง่ร้ายที่ปรากฏขึ้นนั้นดูจะมีความเป็นไปได้ไม่น้อย

เพราะในขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นและนักลงทุนต่างร้อนรนเพื่อเข้าหาหรือค้นหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยจากความวุ่นวายทางการเงินมันอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นและเป็นสร้างเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบสำหรับภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ลึกซึ่งและมันจะแพร่กระจายไปทั่วทุกตลาดและแน่นอนคริปโตก็คงหนีไม่พ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตามนาย Tone Vays ซึ่งเป็นอดีตนักเทรดใน Wall Street และรองประธานของบริษัทยักษ์ใหญ่ JP Morgan Chase ระบุว่าวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจก็น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับ Bitcoin เพราะมันสามารถเจริญเติบโตได้ในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ประเภทของสภาพแวดล้อมนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ค่าเงินดิจิตอลอันดับ 1 ของตลาดมีความยืดหยุ่นและก็น่าสนใจไม่น้อยตามที่นักวิเคราะห์ได้กล่าวไว้

ในขณะที่ Crypto Fear และ Greed Index ยังคงใช้คำว่า ‘รู้สึกหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด’ แต่นาย Tone Vays กลับมองในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงแล้วใครกันที่จะเป็นฝ่ายถูกต้อง ?

จุดสำคัญของ Bitcoin
จากแผนภูมิกราฟแท่งเทียน 1 วันของ Bitcoin กำลังเกิดรูปสามเหลี่ยมชี้ขึ้นจากการพัฒนาสะสมตั้งแต่ 12 มีนาคม 2020 การก่อตัวทางเทคนิคนี้ถือเป็นรูปแบบการต่อเนื่องที่คาดการณ์เป้าหมาย 32 เปอร์เซ็นต์ไปยังจุดสูงสุดเมื่อถึงจุดเปลี่ยน

หลังจากการเคลื่อนไหวเหนือเส้นแนวโน้ม แนวนอนของรูปสามเหลี่ยม Bitcoin เองก็มีแนวโน้มที่จะกลับไปที่จุดดังกล่าวเพื่อเตรียมฝ่าวงล้อมก่อนที่จะยังคงแนวโน้ม ปัจจุบัน และ ดูเหมือน pioneer cryptocurrency จะไปในทิศทางนี้

พูดถึงและสร้างความสนใจ

ความต้องการ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นอีกรอบอาจจะทำให้ระดับราคาปัจจุบันสามารถผลักดันให้สูงถึง 9,000 ดอลลาร์หรือสูงกว่านั้นได้อีกครั้ง เป้าหมายนี้ถูกกำหนดโดยการตีกราฟวัดทางเทคนิคที่มีความสูงของรูปสามเหลี่ยมที่จุดที่หนาที่สุดและเพิ่มระยะทางนั้นไปยังจุด breakout

อย่างไรก็ตามหากระดับการสนับสนุนปัจจุบันที่ตี Fibo ที่ 78.6 เปอร์เซ็นต์ไม่สามารถระงับได้ cryptocurrency bellwether สามารถถูกเทขายและลดลงไปประมาณ 6,100 ดอลลาร์ ซึ่งอุปสรรคของราคาครั้งนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อแนวโน้มของ BTC ในอนาคตด้วยเช่นกัน

พูดถึงและสร้างความสนใจ

การถูกตีกลับและเทขายลงไปในราคาที่ต่ำลงหากเกิดขึ้นจริงก็จะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับมุมมองของ Hayes CEO ของ BitMEX ในขณะที่การเด้งขึ้นของราคามักจะให้ความหวังแก่นักลงทุนเสมอในทุก ๆ ครั้ง

เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า Bitcoin จะออกไปในทิศทางไหนและพวกเราได้แต่ภาวนา

พูดถึงและสร้างความสนใจ…

นักเศรษฐศาสตร์

มือโอน Bitcoin มูลค่ากว่า 3.2 หมื่นล้านบาท เสียค่าธรรมเนียมเพียงแค่ 22 บาทเพียงแค่นั้น

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา Bitcoin มักชอบถูกเห็นว่าไร้ประโยชน์ โดย นักเศรษฐศาสตร์ มีชื่อนาย Tendayi Kapfidze จากบริษัท LendingTree ให้สัมภาษณ์กับทาง Yahoo Finance ในการให้สัมภาษณ์ว่าเขามีความคิดว่า Bitcoin เป็น “เหมือนแชร์ลูกโซ่” โดยอ้างถึงความรู้สึกของเขาว่าคุณสามารถ“ ทำเงินกับ Bitcoin จากคนที่ตามเข้ามาหลังจากคุณ”

แต่ถ้าว่าการทำธุรกรรมล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ที่จัดการบน blockchain ดูราวกับว่าจะพิสูจน์ว่า cryptocurrency นั้นมีคุณประโยชน์ในการใช้งานจริงมากขนาดไหน

โดยโอนเงิน 1 พันล้านดอลลาร์เป็น Bitcoin ค่าส่งเพียงแค่ 0.70 ดอลลาร์
ดังที่ผู้ใช้ Twitter เห็นเป็นครั้งแรก “Krisma” มี Bitcoin ที่เพิ่งจะย้าย 146,500 Bitcoin ในการทำธุรกรรมครั้งเดียวซึ่งมีมูลค่าโดยประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

นักเศรษฐศาสตร์

สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษเกี่ยวกับธุรกรรมนี้คือการใช้เวลาหลายสิบนาทีในการดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์และค่าใช้จ่ายของธุรกรรม เพียงแค่ 0.0001 BTC หรือประมาณ 0.70 ดอลลาร์ตามเวลาที่เขียนบทความนี้

นาย Paolo Ardoino หรือ CTO ของเว็บเทรด Bitcoin ชื่อดัง Bitfinex กล่าวว่านี่เป็นการทำธุรกรรมระหว่าง Hot Wallet กับ Cold Wallet ของ บริษัท โดยก่อนหน้านี้เคยมีเงินฝาก 15,000 BTC เข้ามาในกระเป๋าก่อนแล้ว

นาย Yassine Elmandjra นักวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัลจากบริษัท ARK Invest ได้เขียนยกย่อง Bitcoin ลงบน Twitter เกี่ยวกับการทำธุรกรรมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ว่า “นี่คือความสวยงามของ Bitcoin ในด้านที่เป็นตัวช่วยโอนเงินระดับโลก”

นักเศรษฐศาสตร์

แน่นอนว่าหากเป็นทองคำแล้วละก็การทำธุรกรรมจะต้องใช้เครื่องบินส่วนตัวและรูปแบบที่วุ่นวายอีกหลายอย่างจำนวนมากและอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า 0.70 ดอลลาร์อย่างแน่นอน

ยังไม่พร้อมเป็นสกุลเงิน
ในขณะที่การทำธุรกรรมนี้เเผยให้เห็นถึงพลังของ Bitcoin ในด้านการเป็นตัวช่วยโอนเงินที่ดีได้แล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสกุลเงินดิจิตอลพร้อมที่จะกลายเป็นสกุลเงินทั่วโลกในรูปแบบปัจจุบันหรือไม่ด้วยหลายเหตุผล

นาย Jack Dorsey ซีอีโอของ Twitter และ Square หนึ่งในผู้สนับสนุน Bitcoin ตัวยงกล่าวว่า BTC ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสกุลเงินได้” เนื่องจากว่าในด้านของความเร็วในการทำธุรกรรมนั้นมันยังสู้ PayPal, วีซ่าและอื่น ๆ ไม่ได้

“พวกมันเหมือนสินทรัพย์การลงทุนและเปรียบเหมือนทองคำซะมากกว่า สิ่งที่เราต้องทำคือทำให้ใช้งานได้และเข้าถึงได้มากขึ้นในฐานะสกุลเงิน แต่มันยังยากอยู่”

นักเศรษฐศาสตร์…

การร่วงของราคาในครั้งนี้

ราคา Bitcoin ตกน้อยกว่า 7,000 ดอลลาร์อีกรอบ หลังพุ่งมาจากจุดต่ำสุด ตลาดจะเป็นอย่างไรต่อ

ภายหลังที่ราคาได้ดีดตัวพุ่งมากยิ่งขึ้นว่า 100% จากจุดต่ำสุดตั้งแต่แมื่อมีนาคม 2020 ล่าสุดดูราวกับว่า Bitcoin จะค่อยๆปรับตัวลดลงต่ำลงมากยิ่งกว่าระดับ $ 7,000 สู่ระดับต่ำสุดอยู่ที่ $ 6,920 ในเวลาที่เขียนรายงาน การร่วงของราคาในครั้งนี้ ทำให้ Bitcoin มีมูลค่าน้อยลงถึง 6% จากจุดสูงสุดของวันพฤหัสบดีและก็ร่วงลดลงเกือบ 8% จากจุดสูงสุดที่ระดับ $ 7,470

การร่วงของราคาในครั้งนี้

การหล่นลงของราคา Bitcoin ดูเหมือนจะเกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดหุ้นเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งอย่างเช่น S&P 500 และก็ Dow Jones เนื่องจากว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเริ่มค่อยๆทรงตัว ถึงแม้อัตราการว่างงานจะยังคงสูงเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐก็ตาม

ก่อนหน้านี้สื่อข่าว NewsBTC ได้ระบุว่า ตัวชี้วัดทางด้านเทคนิค TD Sequential กำลังเผยให้เห็นถึงแท่งเทียนสีแดง “9 แท่ง” ที่เกิดขึ้นในกราฟราคาของ Bitcoin, Ethereum, Ethereum Classic, Cardano, Binance Coin, Litecoin, Ontology, OmiseGo, Tron, Stellar, และ Tezos

โดยปกติแล้วเมื่อเราเห็นแท่งเทียนสีแดงครบ 9 แท่ง มันจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกแล้วว่าตลาดกำลังจะเกิดการกลับตัว ซึ่งเป็นไปได้ว่าราคา Bitcoin อาจร่วงลงไปที่ทดสอบแนวรับเดิมของเดือนธันวาคม 2019 ที่ระดับ $ 6,400

นอกจากนี้ตัวชี้วัด Stochastic ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ชี้ให้เห็นถึงโมเมนตัมแรงซื้อของ Bitcoin ก็กำลังอยู่ในจุด overbought ดังนั้นเราอาจคาดการณ์ได้ว่าราคาจะเกิดการกลับตัวลดลงในเร็ว ๆ นี้

จุดหมายถัดไปของ Bitcoin คือที่ไหน ?
นักเทรดคริปโตคาดหวังว่า Bitcoin จะร่วงลงต่อไปได้อีก หากมันไม่สามารถรักษาตำแหน่งราคาระดับนี้เอาไว้ได้

นาย Tyler D. Coates นักวิเคราะห์ทางด้านเทคนิคและนักเทรด Bitcoin กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของราคาเมื่อเร็ว ๆ นี้แสดงเห็นถึง “การพังทลายของเส้นแนวโน้มในช่วงขาขึ้น” ที่ได้รวมตัวกันมานับตั้งแต่เดือนมีนาคม การร่วงในครั้งนี้อาจทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลงไปทดสอบที่ระดับ $ 5,000 อีกครั้ง

การร่วงของราคาในครั้งนี้

ความเชื่อมั่นในตลาดหมีของนาย Coates ได้รับการยืนยันแล้ว จากนักวิเคราะห์คนอื่น ๆ เช่นนาย Sean Nance นักเทรดชื่อดังบนทวีตเตอร์ที่ได้แนะนำว่าการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin เมื่อไม่นานมานี้ ดูเหมือนกับจุดเริ่มต้นของช่วงขาลงในปี 2018

การร่วงของราคาในครั้งนี้

แม้ว่าแนวโน้มระยะสั้นของ Bitcoin นั้นกำลังอาจบีบหัวใจใครหลาย ๆ คน แต่ถึงกระนั้นนักเทรดก็ยังคงมองในแง่ดีเกี่ยวกับแนวโน้มระยะยาวของ Bitcoin

นาย Arthur Hayes CEO ของเว็ปเทรด BitMEX กล่าวว่าในขณะที่ Bitcoin มีศักยภาพที่จะร่วงกลับลงไปทดสอบระดับ $ 3,000 อีกครั้ง แต่กลับกันหากตลาดหุ้นทั่วโลกสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ เป้าหมายราคาในช่วงสิ้นปีของเขาก็จะ “ยังคงเป็นที่ระดับ $ 20,000” เช่นเดิม ซึ่งคิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นกว่า 180% จากระดับราคาในปัจจุบัน

สาเหตุที่เขาคิดเช่นนั้นก็เพราะโซลูชันทางการเงิน , นโยบายการคลังของรัฐบาลและธนาคารกลางกำลังจะก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและปัญหาที่ตามมาอีกมากมาย :

“ทุกคนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นกำลังเกิดขึ้นกับเรา ซึ่งนั่นคือสาเหตุที่ธนาคารกลางและนักการเมืองถึงทุ่มเครื่องมือทั้งหมดที่พวกเขามีเพื่อเข้ามาแก้ไขสถานการณ์นี้ ผมมักจะพูดเน้นย้ำอยู่เสมอว่านั่นคือภาวะเงินเฟ้อ เพราะการพิมพ์เงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จะก่อให้เกิดการลดลงของอุปทานสินค้าและแรงงาน มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่ผู้คนจะถือครองเอาไว้ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปยังระบบใหม่ ซึ่งนั่นก็คือทองคำและ bitcoin”

ในช่วงเวลาที่เขียนรายงานอยู่นี้ Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ $ 6,983 และดูเหมือนว่ากำลังพยายามดิ้นรนไต่กลับขึ้นมายืนเหนือระดับ $ 7,000 ให้ได้อีกครั้ง

การร่วงของราคาในครั้งนี้…

ไปยังกระเป๋าที่ไม่มีผู้ใดรู้

Ripple ได้รับ XRP จำนวน 74 ล้านเหรียญ ชุมชนคริปโตหวาดหวั่นเทขายราคาหล่นลง

แล้วเมื่อราคาของ XRP นั้นพุ่งขึ้นอย่างหนักนั้น ทำให้นักลงทุนต่างก็ออกมาแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า หลังจากที่ก่อนหน้าที่ผ่านมาราคาของเหรียญดังกล่าวนั้นหล่นลงไปต่ำถึง 0.1140 ดอลลาร์เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยล่าสุดนั้นดูอย่างกับว่าราคาของ XRP นั้นได้พุ่งกลับขึ้นมาที่ 0.200789 ดอลลาร์แล้ว ซึ่งมากขึ้นกว่า 4.55% จากใน 1 วันก่อนหน้านี้ ซึ่งจุดที่น่าสังเกตก็คือทาง Ripple นั้นได้ปล่อยเหรียญ XRP ออกมาจาก escrow มาเป็นจำนวนถึง 1 พันล้านเหรียญเพื่อคัดออกมา
ขายรายเดือน ก่อนจะนำจำนวนที่ไม่ได้ขายใส่กลับเข้าคืนไปใน escrow ตามปกติ แต่ถ้าว่าครั้งนี้มันต่างกันออกไป เมื่อ
พวกเขานั้นได้ทำการเคลื่อนย้าย XRP จำนวน 74 ล้านเหรียญจากกระเป๋า OTC ของพวกเขา ไปยังกระเป๋าที่ไม่มีผู้ใดรู้

ซึ่งโดยอ้างอิงจาก Whale Alert นั้น มีเหรียญ XRP จำนวน 1 พันล้านเหรียญที่ถูกปล่อยออกมาจาก escrow ของ Ripple เป็นจำนวนทั้งหมดสองรอบด้วยกัน อย่างไรก็ดี ในภายหลังนั้นทาง Ripple ได้ทำการนำเอาเหรียญ XRP จำนวน 900 ล้านเหรียญใส่กลับเข้าไปใน escrow เกือบจะในทันทีทันใด โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 63ที่ผ่านมา ได้มีการโอนเหรียญ XRP จำนวน 74 ล้านเหรียญ (ราวๆ โดยประมาณ 415 ล้านบาท) ไปยังกระเป๋าที่ไม่เคยทราบที่มา ซึ่งสงผลทำให้มีนักเทรดจำนวนมากออกมาตั้งคำถามว่าผู้ที่ได้รับเหรียญจำนวนดังกล่าวไปนั้นเป็นใคร

ไปยังกระเป๋าที่ไม่มีผู้ใดรู้

ทำให้เริ่มมีการสงสัยกันว่าผู้ที่ได้รับเหรียญ XRP ดังกล่าวไปนั้นเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Ripple หรือนาย Jed McCaleb โดยเมื่อ
วันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมานั้น นาย McCaleb ได้รับเหรียญ XRP อีกรอบเป็นจำนวนถึง 63.704 ล้าน XRP โดยเป็นที่คาดการณ์ว่าเขานั้นถือเหรียญ XRP เป็นจำนวนถึง 4.7 พันล้าน XRP และไม่สามารถนำมันไปขายได้ เนื่องจากข้อกฎหมายบางประการ

แต่ว่าล่าสุดนั้นมีผู้ที่ออกมาเผยถึงข้อเท็จจริงว่าปัจจุบันมีเหรียญ XRP จำนวน 4.4 พันล้านเหรียญเท่านั้นที่อยู่ในกระเป๋าของนาย Jed McCaleb พร้อมตั้งคำถามว่าพวกเรายังคาดหวังให้ตลาดเป็นขาขึ้นอีกหรือ?

ไปยังกระเป๋าที่ไม่มีผู้ใดรู้และนอกจากนี้ยังมีรายงานของ Whale Alert ที่ก่อนหน้านี้ออกมาเผยว่าข้อตกลงทางกฎหมายระหว่าง Ripple และนาย Jed McCaleb นั้นจะจบลงภายในปีนี้ และนั่นหมายความว่าเขานั้นจะสามารถเทขาย XRP ทั้งหมดได้นั่นเอง ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีการคาดกาณ์ว่านาย McCaleb ได้ทำการขาย XRP ไปแล้วถึง 19 ล้านเหรียญ

ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าหากเขาสามารถที่จะเทขายมันได้ในอนาคตนั้น มันจะส่งผลกระทบต่อราคาของเหรียญ XRP อย่างรุนแรงหรือไม่ นักลงทุนนั้นไม่ควรที่จะประมาท

ไปยังกระเป๋าที่ไม่มีผู้ใดรู้…

ราคาของสกุลเงินดิจิตอล

ค่าแรงในการขุด Bitcoin พุ่งสูงขึ้น ประมาน 1 เดือน ก่อนการ Halving

เมื่อในวันที่ 7 เมษายน 2020 ค่า hash rate ของเหรียญ Bitcoin เริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในรอบเดือนหลังจากที่มันร่วง
ลงอย่างหนักในช่วงต้นเดือนมีนาคมวันที่ 12-13 ที่ ราคาของสกุลเงินดิจิตอลได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตไวรัส
โคโรน่า ในตอนนั้นราคา Bitcoin ร่วงลงมากว่า 50 เปอร์เซ็น แต่ในตอนนี้ราคาเริ่มฟื้นตัวแล้ว ค่า Hash Rate ก็เช่นกัน

ซึ่งค่า Hash rate ก่อนการร่วงในวันที่ 12-13 มีนาคม 2020 นั้นอยู่ที่ 137 ล้าน TH/s หลังจากที่ตลาดร่วงราคา Hash rate ก็ร่วงลงมาอยู่ที่ 75 ล้าน TH/s ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะว่านักขุดตัดสินใจว่าการขุดในราคาที่ต่ำลงนั้นไม่คุ้มต้นทุนจึงทำการหยุดการขุดชั่วคราวหรือไม่ก็เปลี่ยนไปขุดเหรียญสกุลเงินดิจิตอลตัวอื่นที่มีอัลกอริทึ่มแบบเดียวกันแต่มีอัตราค่าความยากในการขุดน้อยกว่า

จากข้อมูลของเว็บไซต์ CrytpoCompare เผยว่าค่า Hash rate กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งหลังจากที่ราคาของ Bitcoin เริ่มฟื้นตัว ค่าของมันกลับมาที่ 123 ล้าน TH/s ซึ่งถือเป็นค่าที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 1 เดือน แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ย่อตัวลงมาที่ 100 ล้าน TH/s อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นธรรมชาติของค่า hash rate อยู่แล้วที่จะมีความแปรปรวนสูง

ราคาของสกุลเงินดิจิตอล

ค่า hash rate ของ Bitcoin สูงขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ถึงแม้ว่าราคาของ Bitcoin จะไม่ได้สูงขึ้นมากตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งในเดือนเมษายน 2019 นั้นค่า hash rate ของ Bitcoin นั้นอยู่เพียง 46 ล้าน TH/s เท่านั้น ในขณะที่ค่า Hash rate ของ Bitcoin ในช่วงเดือนธันวาคม 2017 ซึ่งเป็นช่วงพีคของราคา Bitcoin ที่ 20,000 ดอลลาร์นั้นอยู่ที่ 13.5 ล้าน TH/s

และมีการคาดการณ์ว่าสาเหตุอีกอย่างที่ทำให้ค่า hash rate ของ Bitcoin นั้นสูงขึ้นในช่วงนี้ก็เป็นเพราะว่านักขุดกำลังต้องการขุดให้ได้มากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากการ halving ครั้งต่อไปจะมาถึงในเดือนพฤษภาคม การ halving จะทำให้ค่าตอบแทนการขุดลดลง 50 เปอร์เซ็นจาก 12.5 BTC เป็น 6.25 BTC นักขุดจึงต้องการกอบโกยให้มากก่อนที่อัตราผลตอบแทนจะลดลงในอีกไม่นาน

ซึ่งผลจากการที่ค่า hash rate กลับมาสูงขึ้นนั้นก็คือการที่ค่าความยากในการขุด Bitcoin นั้นกลับมาสูงอีกครั้ง ค่าความยากของ Bitcoin ในต้นเดือนมีนาคมลดลงมาถึง 16 เปอร์เซ็นจาก 16.55 ล้านล้าน T เป็น 13.91 ล้านล้าน T

ราคาของสกุลเงินดิจิตอล…

ธุรกรรม

Bitcoin จำนวน 42,000 BTC ถูกขายแลกเงินแค่ 6 บาท

สื่อรายงานเปิดเผยว่านักเทรดคริปโตคนหนึ่งนั้นได้ทำการขาย Bitcoin ของเขาบนเว็บไซต์ Coinbase Pro จำนวน 42,000 BTC เป็นเงินเพียง 0.18 ดอลลาร์ หรือราวๆ 6 บาทแค่นั้น โดยมันไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ธุรกรรม ดังกล่าวนั้นสำเร็จไหม แต่ว่าดูอย่างกับว่าแท่งเทียนบนกราฟของ Coinbase นั้นจะการันตีการซื้อขายดังกล่าวไปแล้ว

ปัญหาบนเว็บไซต์ Coinbase
แท่งเทียนที่ยาวสุดสายตาบนกราฟของเวบ Coinbase Pro บนคู่เทรด BTC/USD ล่าสุดในวันนี้อาจทำให้หลายๆคนต้องตาค้าง โดยอ้างอิงจากสมุดออเดอร์ดังกล่าวนั้น มี Bitcoin จำนวน 42,000 BTC ที่ถูกขายออกไปด้วยราคาเป็นเงินดอลลาร์เพียง 0.18 ดอลลาร์แค่นั้น ซึ่งคาดหวังว่านี่อาจจะเป็นเพียงความผิดพลาดของระบบบนเว็บไซต์ Coinbase

ซึ่งภาพ screenshot ที่ถูกโพสต์โดยผู้ใช้งานทวิตเตอร์รายหนึ่งนามว่า @CaptainScio นั้นเปิดเผยให้มองเห็นถึงกราฟดังกล่าว ที่ Bitcoin ดังกล่าวนั้นถูกขายไปด้วยราคาเพียง 0.18 ดอลลาร์แค่นั้น

ธุรกรรม

 

ในช่วงเวลานี้ ทาง Coinbase นั้นยังไม่ได้ออกมาประกาศหรืออัพเดตใดๆก็ตามเกี่ยวกับการค้าขายดังกล่าวว่าเป็นความบกพร่องของระบบหรือเปล่า หรือเป็นการทดลองระบบ หรือเป็นการเล่นสนุกโดยเจ้ามือ หรือเป็นแค่เพียงบั๊กของ UI บนกราฟ ตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดทราบ แต่ว่าถ้าหากเป็นการเทรดจริงๆแล้วล่ะก็ คนที่ซื้อไปได้ที่ราคาดังกล่าวนั้นจะได้กำไรถึง 9.8 พันล้านบาทด้วยเงินลงทุนเพียง 6 บาทเพียงแค่นั้น

ผิดพลาดกันได้
ถึงแม้เราจะไม่รู้เรื่องว่า Bitcoin นั้นถูกตั้งใจขายที่ราคาดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่ว่าเรื่องดังกล่าวนั้นดูราวกับว่าจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในแวดวงคริปโต ก่อนหน้านี้ราคาของ XRP นั้นได้ร่วงลงแตะ 0.15 ดอลลาร์อย่างรุนแรงบนเว็บ BitMEX เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้กราฟราคาของเหรียญดังกล่าวนั้นดูเหมือนว่าจะลากลงมาด้านล่าง และทำให้นักลงทุนต้องขาดทุนอย่างย่อยยับ

สถานะการณ์ Flash crash ในแวดวงคริปโตนั้นมักจะเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายหากว่าสภาพคล่องในตลาดนั้นมีน้อยเกินไป หากลองย้อนกลับไปในช่วงปี 2015 หรือก่อนหน้านั้นจะพบว่าตลาดคริปโตนั้นเกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมากจนกลายเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าในปัจจุบันจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้ยากมากขึ้นเนื่องจากสภาพคล่องที่มีสูงขึ้นในตลาด แต่ในบางเว็บเทรดที่มีลักษณะปิดแบบ BitMEX นั้นก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าวได้ นักลงทุนจึงควรระวัง…

Google

อดีตวิศวกรจาก Google กล่าวสามารถแฮ็คไฟล์ Zip ที่เก็บ Bitcoin มูลค่ากว่า 9.8 ล้านบาทไว้ได้สำเร็จ

นาย Michael Stay อดีตวิศวกรโปรแกรมคอมพิวเตอร์จาก Google รวมทั้ง CTO คนปัจจุบันนี้ของบริษัทด้าน smart contract แล้วก็ decentralized application (Dapp) นามว่า Pyrofex ได้ออกมาอ้างถึงว่าเขานั้นสามารถแฮ็คไฟล์ zip ที่เก็บ Bitcoin มูลค่า 300,000 ดอลลาร์ (โดยประมาณ 9.8 ล้านบาท) ไว้ได้สำเร็จ

ซึ่งอ้างอิงจาก blog ของเขานั้น เขากล่าวว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเริ่มขึ้นเมื่อเขาได้รับข้อความจากชายชาวรัสเซียคนหนึ่งบนแพลทฟอร์มหางาน Linkedin เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา

แล้วเริ่มต้นด้วยการได้สนทนากับชายชาวรัสเซีย
โดยนาย Stay กล่าวว่าชายชาวรัสเซียคนดังกล่าวนั้นได้อ่านงานเขียนของเขาที่เคยเขียนไว้เมื่อปี 2000 เกี่ยวกับการเจาะไฟล์ zip ที่มีรหัสอยู่

“เขาได้ทำการอ่านงานเขียนที่ผมทำการเขียนไว้เมื่อ 19 ปีที่แล้ว และต้องการที่จะรู้ว่าไฟล์ทั้งสองไฟล์ที่เขาเอามานั้นสามารถที่จะเจาได้หรือไม่ พร้อมเสริมว่า ทำได้แต่จะต้องใช้กำลังไฟฟ้าในการประมวลผลที่สูงมาก และต้องใช้ต้นทุนที่เยอะอีกด้วย”

“เพราะว่าผมมีเพียงแค่สองไฟล์ที่จะต้องเจาะรหัส ดังนั้นอาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ในการลงมือทำในแต่ละขั้นตอน และมันอาจจะมี key ที่มีแนวโน้มจะเจาะได้ถึง 273 key ด้วยกัน และมีขนาดถึง 10 sextillion ผมคาดการณ์ว่ามันอาจใช้จำนวนฟาร์มเครื่อง GPU ขนาดใหญ่เพื่อทำการถอดรหัสนี้ถึง 1 ปี โดยใช้ต้นทุนที่สูงถึง 100,000 ดอลลาร์ และเขาทำให้ผมประหลาดใจมาก เมื่อเขากล่าวว่าจะยอมจ่ายเงินขนาดนั้นเพื่อกู้ไฟล์มาให้ได้”

ไฟล์ Zip ที่เก็บ Bitcoin มูลค่า 9.8 ล้านบาท
ไฟล์ zip ดังกล่าวนั้นดูเหมือนว่าจะเก็บ private key ของ Bitcoin ไว้ โดยในตอนที่เขาซื้อนั้นมันมีมูลค่าอยู่เพียงแค่ 12,500 ดอลลาร์เท่านั้นเมื่อปี 2016 แต่ในขณะนี้เมื่อราคาของมันเพิ่มขึ้นมาแล้ว มูลค่าของมันนั้นก็ได้ขยับมาเป็น 300,000 ดอลลาร์ แฃะเขานั้นก็ลืมรหัสผ่านไปแล้ว

“ยังดีที่เขานั้นยังมีเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเดิมอยู่ และยังจำได้ว่าทำการใส่ไฟล์เข้าไปใน zip เมื่อไร…พวกเราได้ทำการติดต่อกัน และผมจำเป็นที่จะต้องไปทำงานแล้ว” เขากล่าว

พอ 2-3เดือนผ่านไป ภายหลังที่ทำทดสอบหลายต่ออยู่หลายครั้ง นาย Stay ก็กล่าวถึงว่าสามารถที่จะเจาะรหัสไฟล์ zip ตัวนั้นได้แล้ว แล้วก็ได้ส่ง private key คืนชาวรัสเซียไปได้เรียบร้อย

Google…