อ้างอิงจากผู้ก่อตั้ง

ปู่ Warren Buffett มอง Bitcoin เป็น “ตัวเก็บความกลัว” มากกว่า “ตัวเก็บมูลค่า” อ้างอิงจากผู้ก่อตั้ง eToro

อ้างอิงจากผู้ก่อตั้ง eToro

นาย Yoni Assia หรือ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งแพลทฟอร์มเทรด Forex ชื่อดัง eToro ได้เข้าร่วมกินข้าวกับนักลงทุนในตำนาน นาย Warren Buffett หรือ CEO ของบริษัท Berkshire Hathway นอกจากนี้ยังมีนาย Justin Sun หรือผู้ก่อตั้ง Tron อีกไปเข้าร่วมดินเนอร์ดังกล่าวด้วย

นาย Yoni ได้ออกมาเผยถึงเนื้อหาที่สำคัญหลังจากคุยกับปู่ Buffett ผ่านบล็อกของ dailyhodl ไว้ดังนี้

อ้างอิงจากผู้ก่อตั้ง

“ดินเนอร์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่เปลี่ยนชีวิตผมเลย มันถือเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้พบกับหนึ่งในนักลงทุนที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากที่สุด และก็ถือเป็นฮีโร่ส่วนตัวสำหรับผมด้วย ผมชื่นชมเขาอย่างห่าง ๆ มาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ แล้ว

การได้พบกับเขาแบบตัว ๆ นั้น สิ่งที่ปู่พูดออกมาเหมือนกับที่เขาเคยเขียนไว้ในหนังสือหลาย ๆ เล่ม ยกตัวอย่างเช่นการลงทุนนั้นง่าย การทำเงินในตลาดนั้นง่าย ให้ลงทุนในธุรกิจที่คุณเข้าใจและเชื่อในตัวมัน หากคุณทำตามกฎของการลงทุนด้วยมูลค่าตามที่เคยถูกอธิบายไว้ในหนังสือของนาย Benjamin Graham เมื่อตอนปี 1949 แล้วนั้น คุณก็จะสามารถประสบความสำเร็จในการเป็นนักลงทุนได้

สาเหตุที่การดินเนอร์ครั้งนี้เป็นครั้งที่เปลี่ยนชีวิตของผมนั้นเป็นเพราะว่าตลอดชีวิตของผมมานั้น ผมเป็นแฟนตัวยงของตลาดทุนนิยม ผมเริ่มลงทุนครั้งแรกตอนอายุ 13 ขวบ และก็ได้เริ่มสร้างบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ว่าจะต้องให้ทุก ๆ คนสามารถเข้าถึงตลาดเหล่านั้นได้ในทุกที่ทุกเวลา ตอนนี้ ในขณะที่ผมรู้จักผู้คนเป็นจำนวนมากที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดทุน แต่ก็มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่ใช้วิธีการลงทุนในมูลค่า มันเป็นเหมือนกับเวทย์มนตร์ลับที่ทำให้คุณเห็นตัวคุณเองในอีก 20 ข้างหน้าที่คุณสามารถทำกำไรได้ 15-20%

โชคดีที่ผมมีนักลงทุนชื่อดังอยู่บนแพลทฟอร์ม eToro ที่ตอนนี้สามารถอ่านหนังสือนี้ได้แล้ว และสามารถนำเอาวิธีการลงทุนในมูลค่าไปลองทำดู เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานทั่วโลก

ปู่ Warren นั้นเชื่อในธุรกิจที่สร้างมูลค่า ซึ่ง Bitcoin นั้นไม่มีตัวบ่งบอกเหล่านี้ ดังนั้นเขาจึงมองไม่เห็นมูลค่าใด ๆ ใน Bitcoin ปู่ Warren เชื่อว่า Bitcoin นั้นมีค่าแค่เพียงในระยะสั้น ๆ ที่ตลาดมีความผันผวนสูง และราคาจะร่วง (เหมือนทองคำ) ในสายตาของเขา Bitcoin นั้นไม่ใช่ตัวเก็บมูลค่า แต่เป็นตัวเก็บความกลัว เขาเชื่อว่าการลงทุนในอะไรบางอย่างที่ผู้ลงทุนจะต้องคาดหวังว่าราคาตลาดนั้นจะร่วงอย่างรุนแรงในภายหลัง ไม่ถือเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ดี ปู่ Warren เชื่อในธุรกิจที่สร้างมูลค่า ดังนั้นเขาจึงมองไม่เห็นมูลค่าใด ๆ ใน Bitcoin เขาเชื่อว่า Bitcoin นั้นมีค่าได้ก็เพราะว่าความกลัวที่เกิดขึ้นในระยะสั้นในกรณีที่ตลาดร่วงลงอย่างรุนแรง (เหมือนกับทองคำ)

อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าเทคโนโลยี Blockchain นั้นมีมูลค่า แต่ตอนนี้ไม่มีบริษัทไหนเลยที่ใช้มันได้ถูกต้อง ผู้คนที่ฉลาดส่วนใหญ่จะบอกว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญมาก แต่่ไม่มีใครเริ่มใช้มันจริง ๆ ได้เลย

ผมเห็นด้วยกับเขาว่าพวกเรากำลังอยู่ในยุคที่เริ่มแรกสุดของเทคโนโลยี Blockchain แต่กระนั้นผมก็รู้สึกตื่นเต้นไปกับศักยภาพของมัน โดยเฉพาะศักยภาพในการทำเรื่องดี ๆ

พวกเราจะต้องจำไว้ว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนั้นมันต้องใช้เวลา นาย Alessandro Volta สร้างกระแสไฟฟ้าผ่านการทำปฏิริยาเคมีได้เมื่อตอนปี 1800 หลังจากนั้น 31 ปีต่อมานาย Michael Faraday ก็ได้เปิดตัวเครื่องปั่นพลังงานไฟฟ้า แต่หลังจากนั้นตอนปี 1878 นาย Thomas Edison ก็สร้างหลอดไฟขึ้น และได้นำเอาไฟฟ้ามาสู่ผู้คนกระแสหลัก”

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมาว่านาย Warren Buffett เคยออกมากล่าวโจมตี Bitcoin ด้วยการนำไปเปรียบเทียบว่า “มันเป็นเบี้ยหอย เอาไปทำอะไรไม่ได้เลย” ละไม่แนะนำให้ลงทุนมากนักอีกด้วย

อ้างอิงจากผู้ก่อตั้ง…

แพทย์ผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรน่าได้รับการจัดทำอนุสรณ์บน

แพทย์ผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรน่าได้รับการจัดทำอนุสรณ์บน Blockchain ของ Ethereum แล้ว

แพทย์ผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรน่าได้รับการจัดทำอนุสรณ์บน Blockchain 

ล่าสุดมีผู้เชี่ยวชาญสร้าง Smart Contract บน Ethereum จาก source code เพื่อรำลึกถึง ดร. Li Wenliang โค้ดจาก Monument สร้างเมื่อประมาณเวลา 2:30 UTC ในวันศุกร์ได้โพสต์ถึงดร. Li ชาวจีนผู้เสียชีวิตซึ่งก็ได้พูดถึงประวัติของดร. Li ที่ได้อุทิศตนทางการแพทย์เพื่อเตือนเรื่องความอันตรายของไวรัสตั้งแต่ช่วง 30 ธ.ค. แล้ว ซึ่งSmart Contract ดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้และไม่สามารถถูกเซ็นเซอร์ได้บนบล็อกเชน

ข่าวการเสียชีวิตของดร. Li นั้นถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อช่วงกลางดึกของวันพฤหัสบดี ซึ่งก็เป็นหัวข้อที่มีการพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย Weibo ของจีนมากที่สุด นอกจากนี้บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยังปรากฏแฮชแท็กที่ถูกห้ามเข้าถึง #Wuhangovernment owes an apology to Dr. Li# (รัฐบาลอู่ฮั่นติดค้างคำขอโทษกับดร. Li) เพราะหากลองเสิร์ชแฮชแท็กนี้บน Weibo ก็จะไม่เจอแล้ว

ดร. Li เป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลอู่ฮั่นเมืองของไวรัสโคโรนาเป็นคนแรกๆ ที่เตือนผู้คนบน WeChat เกี่ยวกับความร้ายแรงของโรคนี้ก่อนที่จะมีประกาศจากสาธารณะ

ก่อนหน้านี้ก็เคยมีกรณีเดียวกันที่มีคนพยายามนำข้อมูลเก็บไว้บนบล็อกเชนเพราะมันจะไม่สามารถถูกลบได้นั่นก็คือเพลงแร็พชื่อดัง ‘ประเทศกูมี’ ซึ่งได้เก็บ MV ไว้บน Blockchain ของ ZCoin

บริษัทผู้สร้างเทคโนโลยีโอน

บริษัทผู้สร้างเทคโนโลยีโอน Bitcoin แบบทันที Lightning Labs ระดมทุนได้กว่า 310 ล้านบาท

บริษัทผู้สร้างเทคโนโลยีโอน Bitcoin

บริษัท Lightning Labs นั้นเป็นหนึ่งในบริษัทหน้าใหม่ในวงการการเงินซึ่งมุ่งเป้าการดำเนินการไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินซึ่งมีการใช้งานเทคโนโลยี Blockchain เป็นหลักเพื่อตอบสนองต่อแนวคิดของการเข้ามาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนของสกุลเงินคริปโตโดยเฉพาะ Bitcoin ซึ่งทางบริษัทนั้นได้ตั้งเป้าในการสร้างเครือข่ายการดำเนินการทางการเงินอีกชั้นหนึ่งบนเครือข่าย Blockchain หลักสำหรับสกุลเงินคริปโตอย่าง Bitcoin นั่นเอง

ล่าสุดนี้ทางบริษัทได้รับเงินสนับสนุนการดำเนินการจากบริษัทและนักลงทุนชื่อดังหลายรายเช่น Craft Ventures, Slow Ventures, นาย David Heller ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท Goldman Sachs, นาย Avichal Garg จากบริษัท Electric Capital และ Ribbit Capital โดยมีมูลค่าการลงทุนนับ 10 ล้านดอลลาร์

ผลิตภัณฑ์ล่าสุดนี้ได้มีเป้าหมายในการเข้ามาอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์คริปโตรวมทั้งการชำระเงินด้วยสินทรัพย์ คริปโต ซึ่งอาจเปรียบการดำเนินการดังกล่าวนั้นว่าเป็นการดำเนินการแบบเดียวกับการดำเนินการของบริษัทอย่าง VISA ซึ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกรรมบนระบบ Blockchain อีกชั้นหนึ่งนั่นเอง

การดำเนินการของ Lightning Loop นั้นประกอบไปด้วยช่องทางขาเข้าของสินทรัพย์และขาออกขอสินทรัพย์ โดยช่องทางการชำระเงินดังกล่าวนั้นต้องอาศัยสินทรัพย์คริปโตอย่าง Bitcoin ไหลเวียนในระบบ Loop เพื่อให้ระบบสามารถดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งขาเข้าของระบบนั้นเสมือนกับการเติมเงินเข้าสู่ระบบเช่นเดียวกับการใช้งานบัตรเดบิต และขาออกนั้นเป็นช่องทางสำหรับการรับโอนสินทรัพย์ดังกล่าวปลายทางแก่ผู้ประกอบการต่างๆนั่นเอง

เนื่องจากการดำเนินการบนระบบดังกล่าวนั้นต้องอาศัยสภาพคล่องในระดับหนึ่งเพื่อที่จะคงการดำเนินการของระบบไว้ ดังนั้นแล้วระบบจึงมีนโยบายในการเก็บค่าบริการในอัตราส่วนเพียงเล็กน้อยจากการไหลเวียนของเงินบนระบบเพื่อให้เพียงพอกับการดำเนินการเท่านั้น

ทั้งนี้นาย Brian Murray ประธานฝ่ายบริหารของทาง Lightning Labs นั้นยังได้ออกมากล่าวถึงผลิตภัณฑ์ล่าสุดของพวกเขาในการช่วยพัฒนาวงการคริปโตโดยเฉพาะการใช้งานของสินทรัพย์คริปโตอย่าง Bitcoin ได้อย่างมีประสิทธิภาพว่า

“เพื่อให้เหรียญ Bitcoin นั้นสามารถที่จะเติบโตไปเป็นสกุลเงินที่มีการใช้งานในระดับโลกได้นั้น มันจะต้องอาศัยการดำเนินการมากกว่าเพียงชั้นตั้งต้นของ Blockchain…เช่นเดียวกับที่บริษัทอย่าง VISA เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการจัดการการไหลเวียนของเงินสดแทน ซึ่งเครือข่าย Lightning Network นั้นก็ได้เข้ามาจัดการกับปัญหาด้านการประมวลผลธุรกรรมบนเครือข่าย ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการบริหารจัดการค่าธรรมเนียมและความรวดเร็วในการประมวลผล”

การพัฒนาที่เกิดขึ้นภายในวงการทางการเงินและวงการคริปโตนี้ต่างเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการดำเนินการทางการเงินในยุคถัดไปนี้ ซึ่งผู้คนทั่วไปจะไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งเข้าหาผู้ให้บริการซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการดำเนินธุรกรรมเพื่อแลกกับการนำข้อมูลของผู้ใช้งานไปใช้ประโยชน์แต่อย่างใด โดยอาศัยบริการที่ทำให้พวกเขาสามารถที่จะโอนเงินหากันได้โดยตรงนั่นเอง ซึ่งการดำเนินการของ Lightning Labs นั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยผลักดันให้เครือข่ายสามารถพัฒนาไปสู่จุดดังกล่าวได้นั่นเอง

 …

ราคาอาจร่วงทำจุดต่ำสุด

สื่อการเงินระดับโลก Bloomberg ชี้ปีนี้อาจเป็นปีที่แย่ของ Bitcoin ราคาอาจร่วงทำจุดต่ำสุด

 Bitcoin ราคาอาจร่วงทำจุดต่ำสุด

แม้ว่าในปีนี้นักเทรดและนักวิเคราะห์หลายๆคนมองว่าสัญญาณ Bitcoin อยู่ในเกณฑ์ที่ดีแต่ดูเหมือนว่านักวิเคราะห์ของ Bloomberg จะไม่เห็นเช่นนั้น อ้างอิงจากบทความส่วนหนึ่งของ Bloomberg ได้เผยว่า Bitcoin นั้นถูกเหรียญ Altcoins ทำผลกำไรแซงหน้าไปแล้วโดยเฉพาะ Ethereum (ETH) และ Litecoin (LTC)

นอกจากนี้ Altcoins ยังถูกมองว่ามันเป็นสินทรัพย์สำหรับการลงทุนที่ปลอดภัยด้วย มันไม่เหมือนกับ Bitcoin และที่ราคามันพุ่งทะยานก็ไม่ได้เป็นเพราะการ Halving มันพุ่งของมันเอง

ในขณะที่ราคา Bitcoin ไม่สามารถทะยานเหนือ 10,000 ดอลลาร์ได้และร่วงลงมาแถวๆ ระดับราคา 9,200 ดอลลาร์ ทาง Bloomberg ยังคาดเดาอีกด้วยว่าการ Halving ที่จะถึงนี้จะไม่ส่งผลให้ราคา Bitcoin พุ่งแต่ในทางกลับกันมันจะยิ่งทำให้ราคา Bitcoin ร่วงและเข้าสู่ตลาดหมีครั้งใหญ่

ก่อนหน้านี้ทาง Bloomberg เคยออกมาชี้ว่า Bitcoin กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะสินทรัพย์ที่เป็น Store-of-Value (สินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้) และปี 2020 นี้ราคา Bitcoin ก็เตรียมทะยานต่อ

ในตลาด Bitcoin ตอนนี้มีความคิดเห็นออกมาเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งมองว่าการ Halving จะไม่ทำให้ราคา Bitcoin สูงขึ้น ในทางกลับกันการ Halving นี้จะทำให้เกิดตลาดขาลงครั้งใหญ่ด้วยซ้ำ ในขณะความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งก็มองว่าราคา Bitcoin หลังการ Halving นั้นได้ถูกคาดการณ์ไว้หมดแล้ว

ทั้งนี้ราคา Bitcoin นั้นอยู่ที่ $9,282.69 ในขณะที่รายงานข่าวอยู่นี้ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.10% มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 168.95 พันล้านดอลลาร์ อ้างอิงจาก coinmarketcap

ชุมชนแห่ถล่ม

ผู้ใช้งานเว็บเทรด Bitcoin ระดับโลก Coinbase ถูกจำกัดวงเงินการถอน 300 บาทต่อวัน ชุมชนแห่ถล่ม

ชุมชนแห่ถล่ม

มีรายงานว่าผู้ให้บริการด้านกระดานซื้อขาย Bitcoin อันดับหนึ่งของประเทศสหรัฐฯ Coinbase ได้ออกมาจำกัดไม่ให้ผู้ใช้งานกลุ่มหนึ่งสามารถถอนเงินออกจากระบบได้แค่ 10 ดอลลาร์ต่อวัน หรือประมาณ 300 บาท

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ใช้งาน Reddit รายหนึ่งผู้ใช้นามแฝงว่า Unholy_Crab1 ที่เผยตัวว่าเขานั้นเป็นผู้ใช้งาน Coinbase ได้ออกมารายงานว่าทาง Coinbase นั้นได้ออกมาจำกัดวงเงินการถอนบัญชีของเขาแค่ 10 ดอลลาร์ต่อวันเท่านั้น พร้อมชี้ว่าตนได้ยื่นขอัพเกรดบัญชีเพื่อให้ถอนได้เยอะขึ้นไปกับทาง Coinbase แล้ว แต่ก็ถูกปฏิเสธ

นอกจากนี้เขายังได้แชร์ภาพ screenshot ด้านล่างดังกล่าวนี้ เพื่อให้ดูว่าเขาบัญชีของเขานั้นถูกจำกัดการถอนอยู่ที่ 10 ดอลลาร์จริง ๆ

ภายหลังจากนั้นก็มีชุมชุนผู้ใช้ Bitcoin เป็นจำนวนมากออกมาแสดงความเห็นและตั้งข้อสงสัยถึงบริการของทาง Coinbase ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ บางรายก็ออกมาวิจารณ์เว็บเทรดดังกล่าวในเชิงลบ โดยบางคนตั้งข้อสงสัยว่า Coinbase มักจะออกมาทำแบบนี้หลังจากที่ราคา Bitcoin พุ่งทะลุจุดสูงสุดไปแล้ว ในขณะที่บางคนก็วิจารณ์ว่าการออกมาจำกัดการถอนที่ 10 ดอลลาร์ต่อวันนั้นถือเป็นการฉ้อโกงดี ๆ นี่เอง ในขณะที่บางรายก็กล่าวว่าให้ใจเย็น เพราะเว็บ Coinbase เป็นเว็บเดียวที่ประชาชนชาวสหรัฐฯสามารถใช้งานได้ในขณะนี้

ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าทาง Coinbase นั้นจะออกมาตอบโต้เหตุการณ์นี้อย่างไร แต่ที่เห็นได้ชัดก็คือเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ราคา Bitcoin นั้นได้พุ่งทะลุจุดสูงสุดในปี 2020 นี้ไปแล้วที่ 9,600 ดอลลาร์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งจังหวะเวลานั้นถือว่าพอเหมาะพอดี จึงไม่แปลกที่กลุ่มชุมชนคริปโตนั้นจะออกมาตั้งข้อสงสัยดังกล่าว…

เปิดให้คุณซื้อไอเท็มในเกมด้วย

เกมชื่อดังระดับโลก Minecraft เปิดให้คุณซื้อไอเท็มในเกมด้วย Bitcoin ได้แล้ว

เปิดให้คุณซื้อไอเท็มในเกมด้วย Bitcoin ได้แล้ว

เกมยอดฮิต Minecraft เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ SatoshiQuest ซึ่งจะมีวอลเล็ท BTC ลิงค์เข้ากับ Universally Unique Identifier (UUID) ใน Minecraft ให้ผู้เล่นฝาก Bitcoin เพื่อใช้ซื้อชีวิตในเกมได้

การเล่นฟีเจอร์ใหม่ก็ไม่ได้ยากอะไรเพียงแค่ผู้ใช้งานกดล็อกอินเข้าใช้งานแล้วผู้ใช้งานก็จะได้รับที่อยู่ของวอลเล็ทซึ่งสามารถฝาก Bitcoin มูลค่าขั้นต่ำ $1 ได้และนำ BTC ที่ฝากเข้ามานี้ทำการซื้อชีวิตภายในเกม ผู้เล่นสามารถเข้าร่วมการต่อสู้ในเควสสไตล์ Royale เพื่อสำรวจดินแดน Minecraft ที่กว้างใหญ่และค้นหาหีบสมบัติ

เปิดให้คุณซื้อไอเท็มในเกมด้วย

นักพัฒนาเผยว่าหากมีใครเข้าใกล้กับหีบสมบัติดังกล่าว เกมจะเริ่มป่าวประกาศสถานที่ที่ผู้เล่นนั้นอยู่เพื่อให้ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ เข้ามาแย่งหีบสมบัตินี้

ผู้สร้างเกม SatoshiQuest ยังกล่าวต่อไปอีกว่าการทำธุรกรรมต่างๆ นั้นจะทำบน on-chain และเมื่อเจอหีบสมบัติแล้ว เกมทั้งหมดก็จะถูกรีเซ็ต

ก่อนหน้านี้เว็บเทรด Phemex ก็ได้ออกมาโพสต์ให้รางวัล 2.1 Bitcoin (BTC) หากใครสามารถแก้ปริศนารูปภาพได้

เปิดให้คุณซื้อไอเท็มในเกมด้วย

เราจะสามารถทำกำไรจากมันได้จริงหรือไม่

เหลืออีกเพียง 100 วันก่อนการ Halving ของ Bitcoin เราจะสามารถทำกำไรจากมันได้จริงหรือไม่

เราจะสามารถทำกำไรจากมันได้จริงหรือไม่

ในปี 2020 นี้ก็คงจะเป็นอีกปีที่สาวก Bitcoin เฝ้ารอคอยกัน เพราะมันกำลังจะมีเหตุการณ์สุดสำคัญอย่างการ Halving เกิดขึ้น โดยมันเป็นสิ่งที่นักลงทุนให้ความหวังว่าจะพา Bitcoin ไปทำ All-time high อีกครั้งได้ แต่ก็แน่นอน ถึงแม้เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาในอดีตแล้ว ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

เมื่อวันพฤหัสที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา นาย Dan Morehead และนาย Joey Krug ผู้ร่วมก่อตั้ง Patera Capital กองทุนที่เน้นลงทุนในวงการ Blockchain ได้อัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์ของวงการคริปโตถึงเรื่องของ Halving ที่กำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้

ถ้านับจากวันนี้ และตามที่หลาย ๆ คนประมาณกันว่าการ Halving จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม 2020 ก็จะเหลือเวลาอีกประมาณ 100 วันเท่านั้น เหรือ 3 เดือนนิด ๆ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ในรอบหลายปีเลยก็ได้ที่ทั้งคนในและนอกวงการคริปโตต่างจับตามองกัน

อ้างอิงจาก Blockchain Letter ได้มีการอธิบายสรุปคร่าว ๆ ก่อนว่าการ Halving ของ Bitcoin นั้นหมายถึงอะไร

1. ในทุก ๆ 10 นาที จะมี Block ของ Bitcoin ถูกขุด
2. ในทุก ๆ Block จะมีรางวัลเป็น Bitcoin ให้นักขุด ซึ่งเมื่อการ Halving เกิดขึ้น จำนวนรางวัลที่นักขุดได้นั้นจะลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มี Bitcoin ถูกสร้างเข้าไปในระบบน้อยลง
3. การ Halving นั้นถูกออกแบบมาให้เกิดขึ้นทุก ๆ 210,000 Blocks หรือคิดเป็นเวลาประมาณ 4 ปี โดยมันจะเกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกว่า Bitcoin จะถูกขุดหมดที่ 21 ล้าน BTC
หากลองย้อนอดีตไป การ Halving ครั้งล่าสุดนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2016 ที่ รางวัลต่อ Block นั้นลดลงจาก 25 BTC เหลือ 12.5 BTC โดยในตอนแรกสุดเลยที่ Bitcoin ถือกำเนิดขึ้น มันให้รางวัลต่อ Block ที่ 50 BTC

ถึงแม้ในอดีต จะมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างเหตุการณ์ Halving และการเพิ่มขึ้นของราคา Bitcoin ในไม่กี่เดือนให้หลังเนื่องจากชุมชนคริปโตจะรับรู้ว่า ‘จำนวน Bitcoin ในระบบนั้นกำลังจะน้อยลงแล้ว’ แต่ก็ไม่ใช่ทุก ๆ คนในชุมชนคริปโตที่คิดแบบนั้น

ความคิดที่ขัดแย้งกันในชุมชน
ในตอนนี้มีแนวคิดแตกแขนงออกไป 2 ทางเกี่ยวกับการ Halving ที่จะเกิดขึ้น:

1. พวกแรกคือ พวกที่เชื่อในทฤษฎี Efficient Market Hypothesis หรือ EMH ที่กล่าวว่า ราคาของสินทรัพย์นั้นจะสะท้อนกับข้อมูลทั้งหมดที่หาได้ พวกเขาเชื่อว่า ถ้าทุก ๆ คนรู้อยู่แล้วว่าการ Halving กำลังจะเกิดขึ้น ในตอนนี้ราคาของมันก็คือราคาที่แท้จริงแล้ว พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิดการทะยานอย่างรุนแรงในราคาของ Bitcoin สำหรับการ Halving ที่จะถึงนี้
2. พวกที่สองคือ พวกที่เชื่อว่า นักลงทุนรายย่อยทุก ๆ คน หรือแม้แต่นักลงทุนระดับสถาบันเองก็ตาม ไม่ได้เข้าใจใน Bitcoin พอที่จะรู้ว่าการ Halving ของมันคืออะไร กลุ่มนี้เลยเชื่อว่า เมื่อการ Halving เกิดขึ้นแล้ว ราคาของมันจะปรับตัวทะยานขึ้นตามแน่นอน
นาย Morehaead และ Krug ได้หยิบยกคำพูดของนักลงทุนระดับตำนานอย่าง Warren Buffett มาบอกว่า พวกเขาไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะตลาด

อ้างอิงจากนาย Aaron Watson ที่ศึกษาจากหนังสือ “The Essays of Warren Buffett” ได้หยิบคำพูดของนาย Buffett มาบอกด้วยว่า:

“นาย Buffett นั้นขอบคุณผู้ให้ความรู้ทุกคนที่สอนแนวคิดว่าไม่สามารถชนะตลาดได้กับคนอื่น ๆ เนื่องจากเขาได้ประโยชน์จากการแข่งในตลาดกับนักลงทุนเหล่านี้ที่ถูกสอนว่า การคิดวิเคราะห์เป็นสิ่งที่เปลืองพลังงาน”

ในจดหมาย Blockchain Letter ได้บอกอีกด้วยว่า ‘ถึงแม้เราจะคิดว่าทุก ๆ คนรู้อไรบางอย่างแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่สามารถทำกำไรมหาศาลจากมันได้’ และได้ทำการหยิบยืมมุกตลกขึ้นมาชี้ให้เห็นภาพในเชิงเศรษฐศาสตร์ด้วยว่า:

“มีนักเศรษฐศาสตร์ 2 คนเดินเล่นอยู่ และทั้งคู่ก็เห็นธนบัตร 20 ดอลลาร์วางอยู่ที่ข้างทาง คนแรกกล่าวว่า ‘ดูสิ นี่มันธนบัตร 20 ดอลลาร์นี่’ แต่คนที่สองกลับกล่าวว่า ‘มันไม่มีทางเป็นธนบัตร 20 ดอลลาร์วางไว้ตรงนั้นแน่ ๆ เพราะถ้ามันเป็นแบบนั้น คนอื่น ๆ ก็คงจะหยิบมันไปแล้ว’ จากนั้นทั้งคู่ก็ปล่อยธนบัตรนั้นแล้วเดินต่อไป”

ในส่วนราคาของ Bitcoin ในปัจจุบันนั้น เพิ่งเริ่มปี 2020 มาก็มีทรงดีเลยจากระดับ 6,000 ดอลลาร์ไปสู่ 9,500 ดอลลาร์ได้สำเร็จในช่วงปลายเดือน

อ้างอิงจาก CoinMarketCap ในขณะที่รายงานอยู่นี้ Bitcoin มีมูลค่าอยู่ที่ 9,293 ดอลลาร์ ลดลง 1.24 เปอร์เซ็นต์ และมีปริมาณการเทรดโดยรวมอยู่ที่ 26,616 ล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Bitcoin มีมูลค่าโดยรวมที่ 169,094 ล้านดอลลาร์

เราจะสามารถทำกำไรจากมันได้จริงหรือไม่

แนวคิดทั้งสองนั้นก็น่าสนใจมาก ๆ และก็ต้องให้เวลาพิสูจน์ต่อไปว่าใครกันแน่จะเป็นฝ่ายที่ถูกในครั้งนี้ แต่หากดูจากข้อมูลในอดีตที่เกิด Halving มาสองรอบแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ราคาของ Bitcoin ก็มักจะทำ All-time high เสมอในหลายเดือนต่อมา ซึ่งครั้งนี้หลาย ๆ คนเชื่อว่ามันก็จะเกิดขึ้นอีก

เราจะสามารถทำกำไรจากมันได้จริงหรือไม่…

ชื่อดังสามารถถูกแกะออกมาแฮ็คได้

ทีม Kraken เผยข้อมูล Trezor กระเป๋าเก็บ Bitcoin ชื่อดังสามารถถูกแกะออกมาแฮ็คได้ ใช้เวลาแค่ 15 นาที

ชื่อดังสามารถถูกแกะออกมาแฮ็คได้

ทีม Kraken Security Labs ได้ประกาศว่าพวกเขาเจอช่องโหว่จุดสำคัญในตัว Hardware Wallet ของ Trezor ทั้งในรุ่น Trezor One และ Trezor Model Tอ้างอิงจากโพสต์บนเว็บไซต์ของ Kraken ได้ระบุว่า ทำการบอกจุดบกพร่องของ Wallet ให้กับทาง Trezor ไปแล้ว:

“เราได้ทำการเผยข้อมูลทุกรายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่นี้ให้กับทีมของ Trezor ในวันที่ 30 ตุลาคม 2019 และเรากำลังจะเปิดเผยข้อมูลของช่องโหว่นี้ให้กับชุมชนคริปโตทราบเพื่อให้พวกเขาสามารถป้องกันตัวเองได้ก่อนที่ทางทีม Trezor จะแก้ไขปัญหานี้”

ถึงแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้ยินเกี่ยวกับช่องโหว่ของตัว Hardware Wallet ของ Trezor แต่ข่าวนี้ก็น่าใจหายจนทำให้หลาย ๆ คนตั้งคำถามว่า จริง ๆ แล้วกระเป๋า Hardware Wallet นั้นปลอดภัยแค่ไหนกันแน่

Kraken แฮ็ก Trezor ได้ใน 15 นาที
ก่อนหน้านี้ Kraken ก็ได้การทดสอบแบบเดียวกันกับ KeepKey ที่เป็น Hardware Wallet อีกเจ้า ซึ่ง Kraken ได้บอกว่า ทั้ง Trezor และ KeepKey ใช้ชิปคอมพิวเตอร์ตระกูลเดียวกัน และก็เผยว่า ชิปเหล่านี้ไม่ควรที่จะใช้ในการเก็บคริปโต:

“ชิปเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เก็บข้อมูลที่เป็นความลับ และวิจัยของเาก็ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า ผู้ผลิตอย่าง Trezor และ KeepKey ไม่ควรที่จะพึ่งพามันในการเก็บ Cryptocurrency ให้ปลอดภัย”

ในประกาศของ Kraken ได้บอกด้วยว่า พวกเขาใช้เวลาในการแฮ็กเข้าช่องโหว่นี้เพียง 15 นาทีเท่านั้นตั้งแต่เริ่มจนจบ ซึ่งถือว่ารวมเร็วมาก ๆ

ถ้าให้สรุปง่าย ๆ Kraken สามารถระบุช่องโหว่ทางกายภาพของ Hardware Wallet ของ Trezor และทำการแฮ็กเข้าไปใน Trezor ซึ่งทางระบบของมันไม่สามารถตรวจจับความผอดปกตินี้ได้

Trezor ร่วมมือกับ Kraken แก้ปัญหา
หลังจากที่ทาง Kraken ได้แจ้งถึงปัญหาไป ในฝั่งของ Trezor เองก็ได้ทำการขอบคุณและร่วมงานกับ Kraken เพื่อแก้ปัญหานี้ และล่าสุดก็ได้โพสต์รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับช่องโหว่นั่นด้วยบนเว็บไซต์ของพวกเขา

ถึงแม้ผู้ใช้งานคริปโตส่วนใหญ่จะกังวลกับการถูกแฮ็กแบบออนไลน์ แต่ดูเหมือนตอนนี้พวกเขาจะต้องระวังการถูกโจมตีในแบบออฟไลน์ด้วย ซึ่งทาง Trezor ได้เชื่อว่าการโจมตีแบบกายภาพนั้นควรจะถูกพิจารณาว่ารุนแรงในระดับเดียวกับการโจมตีแบบออนไลน์เลย และต้องมีความระมัดระวังในระดับเดียวกัน

วิธีการป้องกันการโจมตีจากช่องโหว่นั้น
ก่อนที่จะพูดถึงวิธีการป้องกัน เราต้องรู้ก่อนว่าการที่แฮ็กเกอร์จะสามารถโจมตี Trezor ได้นั้น พวกเขาจำเป็นต้องมี Hardware Wallet ของเราอยู่ในมือ และก็ทำการเปิดชิปคอมพิวเตอร์ของ Wallet นั้น ด้วยเหตุนี้เองทำให้การป้องกันการโจมตีนี้มี 2 วิธีหลัก ๆ

วิธีที่หนึ่งก็คือการเก็บรักษา Hardware Wallet ในสถานที่ที่ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมูลค่าของคริปโตที่เราเก็บไว้ อาจจะมีการเก็บล็อคไว้ในตู้เซฟเลยก็ได้

วิธีที่สองก็คืแการใช้ระบบ Passphrase ของ Trezor ซึ่งวิธีนี้จะค่อนข้างยากเนื่องจาก Passphrase นั้นจะมีความยาวและก็ค่อนข้างยากที่จะจำ แต่ก็เป็นอีกวิธีที่สามารถป้องกันการแฮ็กแบบออฟไลน์ได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์

คริปโตของเราปลอดภัยหรือไม่?
ถึงแม้ข่าวนี้จะดูน่าใจหายสำหรับผู้ที่ถือคริปโตอยู่ แต่ก็ให้มั่นใจและไม่ต้องวิตกกังวลจนเกิดเหตุไป ถึงแม้คุณจะเป็นผู้ใช้งาน Trezor ก็ตาม เพราะท้ายสุดแล้ว Kraken เองก็กำลังทุ่มเทหาวิธีแก้ไขปัญหานี้อยู่ และนาย Pavol Rusnak CTO ของ SatoshiLabs บริษัทที่ผลิต Trezor กล่าวว่า:

“เรารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ Kraken Security Labs ทุ่มเทแรงเพื่อที่จะพัฒนาระดับความปลอดภัยให้กับระบบนิเวศน์ของ Bitcoin ขึ้นไปอีกระดับ เรารู้สึกขอบคุณการมาบอกข้อมูลนี้และการร่วมมือกันแก้ปัญหา”

นับว่าเป็นอีกเหตุการณ์ที่ผู้ใช้งาน Hardware Wallet เองก็ต้องระวังไว้ ถึงแม้การเก็บแบบนี้จะปลอดภัยกว่าแบบอื่นก็จริง แต่มันก็ยังคงมีช่องโหว่อยู่ดี ทางที่ดีควรเก็บแม้กระทั่ง Hardware Wallet ของเราให้ปลอดภัยที่สุดอย่างที่มีการแนะนำมาจะได้ไม่ต้องกังวลปัญหาเหล่านี้อีก ส่วนตอนนี้ก็รอทาง Trezor อัปเดตต่อไปว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร

ชื่อดังสามารถถูกแกะออกมาแฮ็คได้…