เล็งขึ้นที่หนึ่งในอินเดีย

คนสนิท Warren Buffett เปิดตัวเว็บเทรด Bitcoin ใหม่ เล็งขึ้นที่หนึ่งในอินเดีย

เล็งขึ้นที่หนึ่งในอินเดีย

นักลงทุนและผู้ประกอบการนาย Rahul Pagidipati เพื่อนของปู่ Warren Buffett กำลังกู้เว็บเทรด Bitcoin Zebpay กลับมาหลังจากที่กระดานเทรดดังกล่าวได้ปิดตัวลงในปี 2018 ซึ่ง Zebpay นั้นเป็นแพลตฟอร์มเว็บเทรด Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย นาย Pagidipati ก็พยายามโน้มน้าวให้ Warren Buffett มาลงทุนกับ Bitcoin, Ethereum

ทวิตเตอร์ของนาย Pagidipati ก็ได้ออกมาโพสต์ว่าเขาจะโน้มน้าวให้ Warren Buffet ลองถือ Bitcoin, Ethereum ดู

“ในฐานะที่เป็นซีอีโอของ Zebpay ผมจะลองพยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนที่แสนดี Warren Buffett ลองถือ Bitcoin และ Ethereum ดู เขาชอบลงทุนในหุ้นของ Apple หรือสายการบิน จนตอนนี้ได้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไปแล้ว”

เล็งขึ้นที่หนึ่งในอินเดีย

จากประกาศของ Zebpay ได้เผยว่ามีทีมงานของผู้บริหารใหม่และเริ่มให้บริการเทรดคริปโตกับคริปโตแล้วเร็วๆ นี้ จะไม่มีการเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ในการเทรดคริปโตใดๆ มี passive income และโปรแกรมให้กู้ยืมด้วย

เว็บเทรด Zebpay ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2014 ให้บริการแก่ผู้ใช้งานสามล้านคนทั่วโลก มีการทำธุรกรรมเงินเฟียกว่า 2 พันล้านดอลลาร์คิดเป็นสองในสามของการทำธุรกรรมคริปโตทั้งหมดในอินเดีย แล้วจากนั้นมันก็ได้ย้ายไปที่มอลต้าในปี 2018 ก่อนที่มันจะเริ่มล่ม ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ 2019 บริษัทก็ได้เริ่มเข้าตีตลาดยุโรปรวมถึงให้บริการทั้งนักลงทุนรายใหญ่และรายย่อยด้วย

นาย Pagidipati กล่าวว่ากำลังมาแผนที่จะตีตลาดกระแสหลักด้วยเช่นกัน

“ผมทุ่มสุดตัวและจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจจนกว่าเราจะมีกฎหมายที่ชัดเชนมากพอในประเทศต่างๆ สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย ผมเป็นทนายความที่ได้เนติบัณฑิตของฟลอริด้าดังนั้นเลยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย”…

อาจมีการร่วงเพื่อปรับฐานอย่างรุนแรงในเร็วๆนี้

ตัวชี้วัด Open Interest เผยราคา Bitcoin อาจมีการร่วงเพื่อปรับฐานอย่างรุนแรงในเร็วๆนี้

อาจมีการร่วงเพื่อปรับฐานอย่างรุนแรงในเร็วๆนี้

ปริมาณการซื้อขายอนุพันธ์ของสกุลเงินคริปโตอย่าง Bitcoin นั้นได้มีดัชนีชี้วัดอย่าง Open Interest (OI) ในการแสดงถึงระดับของกิจกรรมการซื้อขายและมูลค่าของการซื้อขายที่เกิดขึ้นในตลาด โดยอนุพันธ์ทางการเงินนั้นรวมไปถึงสัญญาการซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งสัญญา Future ซึ่งยังไม่ถึงกำหนดสินสุดสัญญานั่นเอง

โดยล่าสุดนั้นปริมาณการซื้อขายอนุพันธ์ในตลาดนั้นได้เพิ่มสูงขึ้นจนใกล้ที่จะแตะระดับที่ 1 พันล้านดอลลาร์แล้วเมื่ออ้างอิงจากแพลตฟอร์มการซื้อขายอย่าง Bifinex โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการปรับตัวของราคา (correction) ในอนาคตอันใกล้นี้ได้

อาจมีการร่วงเพื่อปรับฐานอย่างรุนแรงในเร็วๆนี้

ทั้งนี้เหล่านักวิเคราะห์นั้นได้คาดการณ์ว่าการปรับตัวของราคานั้นอาจส่งผลให้ระดับราคาของเหรียญตกลงมาอยู่ในกึ่งกลางของช่วงราคา 8,000 ดอลลาร์ ซึ่งกรณียังเปลี่ยนแปลงไปได้มากถึง 40% ตามที่นักวิเคราะห์บางรายตั้งเป้าไว้ ซึ่งหากมีลดลงของราคาในอัตราดังกล่าวอาจส่งผลให้ราคาเหรียญ Bitcoin นั้นอยู่ที่ระดับกึ่งกลางของช่วงราคา 5,000 ดอลลาร์ได้

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ เหรียญ Bitcoin นั้นได้มีการเพิ่มขึ้นของระดับราคาไปแตะจุดสูงสุดที่ 9,400 ดอลลาร์ในช่วงวันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงราคาสูงที่สุดตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษจิกายนี่ 2019 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นของราคากว่า 5% ในช่วงสี่วันที่ผ่านมา

อาจมีการร่วงเพื่อปรับฐานอย่างรุนแรงในเร็วๆนี้

นอกจากนี้แล้วเมื่อพิจารณากราฟราคาของเหรียญดังกล่าวดังกล่าวแล้วจะพบว่าในกราฟรายวันนั้น เส้น moving average ในคาบเวลา 50 วันนั้นเตรียมเข้าตัดกับเส้น moving average ในคาบเวลา 200 วันในช่วงไม่กี่วันที่จะถึงนี้ โดยการตัดกันดังกล่าวนั้นเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ขาขึ้น ซึ่งการตัดกันดังกล่าวได้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในช่วงเดือนเมษายนของปี 2019 ก่อนที่ราคาจะพุ่งแตะระดับที่ 13,800 ดอลลาร์นั่นเอง

อาจมีการร่วงเพื่อปรับฐานอย่างรุนแรงในเร็วๆนี้

อีกทั้งนักวิเคราะห์อย่างนาย Josh Rager ยังได้ออกมากล่าวผ่านทางบัญชีทวิตเตอร์ของเขาถึงการเปลี่ยนผ่านจากช่วงขาลงไปสู่ขาขึ้นในเร็วๆนี้จากช่วงระดับราคาที่เตรียมทะลุผ่านกรอบราคาไปสู่ขาขึ้นนั่นเอง ซึ่งเมื่อพิจารณาตลอดเดือนแรกของปีที่ผ่านมานี้ เหรียญดังกล่าวได้มีการเพิ่มขึ้นของราคากว่า 30% ซึ่งถือได้ว่าเป็นเดือนมกราคมที่ดีที่สุดในรอบสิบปีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นอาจมีที่มาจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้ยในตลาด อย่างเช่นเหตุการณ์ระดับโลกต่างๆตั้งแต่เหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงภายในตลาดหุ้นและตลาดการเงินระหว่างประเทศ หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยจากไวรัส Coronavirus และความตื่นตัวต่อเหตุการณ์ Halving ที่จะมาถึงในเร็วๆนี้ เป็นต้น…

ของประเทศอินเดียเผยให้เห็นการสร้าง

ร่างการพัฒนา Blockchain ของประเทศอินเดียเผยให้เห็นการสร้าง Cryptocurrency ของรัฐบาล

 Blockchain ของประเทศอินเดียเผยให้เห็นการสร้าง Cryptocurrency ของรัฐบาล

ในเช้าวันที่ 28 มกราคม สำนักข่าว Economic Times of India ลงแบบร่างขององค์กร National Institute for Smart Governance (NISG) ของประเทศอินเดียที่ตีพิมพ์ไปเมื่อเดือนธันวาคมปี 2019 แบบร่างประกอบไปด้วยแบบแผนบล็อคเชนของประเทศที่มีความหน้าถึง 78 หน้า แบบร่างชิ้นนี้เสนอวิธีการรับมือสกุลเงินดิจิตอลให้กับหน่วยงานต่างๆ ในประเทศ พร้อมทั้งเสนอแนวทางสำหรับสกุลเงินดิจิตอลของอินเดียในอนาคต

องค์กร National Institute for Smart Governance (NISG) เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่เกิดจากการร่วมมือกับรัฐบาลอินเดีย ทางองค์กร The National e-Governance Division (NeGD) ของกระทรวงอิเล็คโทรนิคส์และเทคโนโลยีหรือ MeitY เป็นผู้มอบหมายให้ทาง National Institute for Smart Governance (NISG) เป็นผู้ค้นคว้าและออกแบบแบบร่างชิ้นดังกล่าวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2019

ใจความหลักของแบบร่างมีอยู่ที่การแนะนำให้กฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลที่รัฐบาลอินเดียจะออกในอนาคตควรจะยึดอยู่กับการทำงานที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเช่นบล็อคเชนไม่ใช่ที่ตัวเทคโนโลยีบล็อคเชนเอง

ซึ่งการที่จะทำเช่นนั้นทาง National Institute for Smart Governance (NISG) เสนอให้ทางรัฐบาลควรออกกฎหมายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลในอินเดียที่กระจ่างชัดไม่คลุมเครือ ส่วนหนึ่งในแบบร่างมีใจความว่า:

“การแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะต่อหน้าสื่อหรือการแถลงแบบทางการ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์แต่มันไม่ใช่การแถลงการณ์แบบเป็นทางการจากตัวรัฐบาลจริงๆ ถ้าทางรัฐบาลต้องการจะออกกฎหมายในทางที่แปลกใหม่ รัฐบาลก็ควรจะแจ้งกลุ่มผู้ลงทุนให้แน่ชัดในเป้าหมายและกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน”

คำกล่าวของ National Institute for Smart Governance (NISG) เห็นได้ชัดว่าได้รับอิทธิพลจากสถานการณ์ทางกฎหมายของสกุลเงินดิจิตอลในอินเดีย ปีที่แล้วคณะรัฐบาลในประเทศอินเดียได้ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมอย่างเป็นทางการว่าประเทศได้แบนคริปโตเคอเรนซี่ คณะกรรมการแนะนำให้มีการคว่ำบาตรในการค้าที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินคริปโต

อย่างไรก็ตามหน่วยงานกำกับดูแลและรัฐบาลยังไม่เสร็จสิ้นขั้นตอนการทบทวนรายงานและร่างกฎหมายซึ่งจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลจะมีคำตัดสิน ทำให้ในตอนนั้นการแบนสกุลเงินดิจิตอลยังไม่เกิดขึ้นจริง

ศาลสูงสุดของอินเดียไต่สวนคดีแบน Bitcoin มาระยะหนึ่งจนในวันที่ 22 มกราคม 2020 ได้มีคำตัดสินให้ Bitcoin และสกุลเงินดิจิตอลอื่นๆ ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย และในเวลาเดียวกันธนาคารกลางอินเดียหรือ Reserve Bank of India (RBI) ออกมาประกาศว่าจะไม่แบน Bitcoin แต่จะวางกฎบังคับบางอย่างเพื่อรักษาความปลอดภัยของนักลงทุน

ธนาคารกลางของอินเดียออกข้อบังคับเพื่อล้อมกรอบ Bitcoin โดยให้เหตุผลว่าต้องการจะรักษาความปลอดภัยให้ธนาคารและสถาบันอื่นๆ จากอันตรายของการเทรด Bitcoin และสกุลเงินดิจิตอลอื่นๆ นอกจากนั้นธนาคารกลางยังจำกัดไม่ให้ธนาคารอื่นๆ ทำขอตกลงผ่านสกุลเงินดิจิตอลเพราะอาจจะนำไปสู่การนำเงินไปสนับสนุนผู้ก่อการร้ายได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามการเทรดในระดับสาธารณะแบบผู้ใช้ต่อผู้ใช้ (Peer-to-Peer) นั้นไม่ได้ถูกห้ามแต่อย่างใด

ดังนั้นแล้วนักลงทุนในสกุลเงินดิจิตอลในอินเดียจึงสามารถทำธุรกรรมในแบบ Peer-to-Peer ได้เท่านั้น

นอกจากนั้นแล้วยังมีข้อเสนออื่นๆ เช่นการก่อตั้งหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับแบบแผนพัฒนาบล็อคเชนเพื่อประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐโดยตรง เอกสารของ National Institute for Smart Governance (NISG) มีเนื้อหาว่า:

“ในสถานการณ์ที่มีการวางโครงสร้างข้อบังคับในหลายระดับ วิธีการรับมือที่สามารถประสานงานของหน่วยงานรัฐต่างๆเข้าด้วยกันจึงเป็นสิ่งจำเป็น หน่วยงานใหม่นี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงตัดสินการประยุกต์ใช้บล็อคเชนเพื่อลดค่าภาษีเท่านั้น แต่มันยังสามารถจัดหาหนทางให้กับนักลงทุนเพื่อให้พวกเข้าเข้าใจบรรยากาศทางกฎหมายของบล็อคเชนและสกุลเงินเสมือนได้อย่างถ่องแท้ที่สุด”

ประเทศอินเดียก็เติบโตและมีค่า Nodes ถึง 57 ตัว ถือเป็นตัวเลขที่สูงและมันบ่งบอกว่าประชากรในประเทศให้ความสนใจ Bitcoin เป็นอย่างมาก และในตอนนี้เมฆร้ายอย่างการแบนทั่วประเทศได้สลายตัวไปแล้ว แต่รัฐบาลยังคงระมัดระวังความเสี่ยงเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลอย่างไม่ลดละ ต้องรอดูกันต่อไปในอนาคตว่าแบบร่างของ National Institute for Smart Governance (NISG) จะทำให้ตลาดสกุลเงินดิจิตอลในอินเดียมุ่งไปในทิศทางใด

ของประเทศอินเดียเผยให้เห็นการสร้าง…

ชี้ที่ปรึกษาด้านการเงินควรเอาเงินลูกค้าลงทุน

ผู้บริหารสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัล RIA ชี้ที่ปรึกษาด้านการเงินควรเอาเงินลูกค้าลงทุน Bitcoin

RIA ชี้ที่ปรึกษาด้านการเงินควรเอาเงินลูกค้าลงทุน Bitcoin

Bitcoin ถือเป็นเครื่องมือการลงทุนที่นับว่าให้ผลกำไรตอบแทนที่ดีมาก หลังจากที่วันนี้ราคาพุ่งทะลุ 9,000 ดอลลาร์ จึงทำให้มีผู้ให้คำแนะนำด้านการลงทุนแนะนำให้นักลงทุน ลงทุนใน Bitcoin กันมากมาย อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่ว่าผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำเช่นนั้นทั้งหมดเพราะยังคงขาดความรู้ด้านนวัตกรรมทางการเงินหรือฟินเท็คอยู่ หรือยังคงกังวลประเด็นด้านกฎหมาย

ด้านนาย Ric Edelman ผู้ก่อตั้ง RIA Digital Assets Council ก็แนะนำให้ผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินทั้งหลายนำเงินของลูกค้าที่อยู่ภายใต้การจัดการไปลงทุนกับ Bitcoin ประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์ หากว่า

1. มีความเข้าใจเทคโนโลยี บล็อกเชน
2. สามารถถือทรัพย์สินนั้นๆ ในระยะยาวได้
3. รับได้ว่ามันมีโอกาสที่จะสูญเสียเงินทั้งหมดไป
ตัวเขาเองได้กล่าวในที่ประชุม ETF เอาไว้ว่า:

“Bitcoin ควรถูกนำเข้ามาในพอร์ตการลงทุนของคุณนะ แต่คำถามคือคุณสามารถรับความผันผวนได้มากน้อยแค่ไหน อันนี้ต้องตอบเอง”

นาย Edelman กล่าวว่าเขาคาดว่า Bitcoin นั้นจะเติบโตขึ้นอีก แคมเปญด้านการเมืองก็เริ่มนำ Bitcoin มารับบริจาค หรือการกุศลบางแห่งก็เริ่มรับบริจาคเป็น Bitcoin ด้วย

นอกจากนี้เขายังได้พูดถึงเทคโนโลยีบล็อกเชนด้วยว่าเป็นเทคโนโลยีที่ถือเป็นนวัตกรรมของโลกหลังจากที่มีบัตรเครดิตเกิดขึ้นมา เราสามารถเรียกชื่อเทคโนโลยีบล็อกเชนอีกชื่อหนึ่งได้ว่า Distributed Ledger Technology (DLT) ซึ่งมันเข้ามาตัดความจำเป็นของตัวกลางออกไป ทำให้ต้นทุนนั้นต่ำลง และต่อไปคนกลางในการทำธุรกรรม เช่น ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ก็จะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป…

ข้อหากลั่นแกล้งทำร้ายในที่ทำงาน

อดีตพนักงาน TRON ฟ้องร้อง Justin Sun ข้อหากลั่นแกล้งทำร้ายในที่ทำงาน

ข้อหากลั่นแกล้งทำร้ายในที่ทำงาน

คดีกล่าวหาผู้ก่อตั้ง Tron และผู้ร่วมธุรกิจของเขาฐานข่มขู่และไล่พนักงานสองคนออกเพราะคัดค้านการปฏิบัติงานและการจัดการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่พวกเขากำลังพัฒนา

อ้างอิงจากเอกสารของศาล 70 หน้ายื่นฟ้องร้องในเดือนตุลาคมในรัฐแคลิฟอร์เนีย นาย Richard Hall อายุ 50 ปีและนาย Lukasz Juraszek อายุ 28 ปีกล่าวว่าพวกเขาต้องทนจากการถูกข่มขู่ของ BitTorrent ที่ร่วมมือกับ TRON Foundation เมื่อสองปีก่อน

By Jeerichuda Juntrabutม.ค. 27, 2020
อดีตพนักงาน TRON ฟ้องร้อง Justin Sun ข้อหากลั่นแกล้งทำร้ายในที่ทำงาน ต่างประเทศ132 จำนวนคนดูทั้งหมด
โหมดกลางคืน

Cointraffic

คดีกล่าวหาผู้ก่อตั้ง Tron และผู้ร่วมธุรกิจของเขาฐานข่มขู่และไล่พนักงานสองคนออกเพราะคัดค้านการปฏิบัติงานและการจัดการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่พวกเขากำลังพัฒนา

อ้างอิงจากเอกสารของศาล 70 หน้ายื่นฟ้องร้องในเดือนตุลาคมในรัฐแคลิฟอร์เนีย นาย Richard Hall อายุ 50 ปีและนาย Lukasz Juraszek อายุ 28 ปีกล่าวว่าพวกเขาต้องทนจากการถูกข่มขู่ของ BitTorrent ที่ร่วมมือกับ TRON Foundation เมื่อสองปีก่อน

TRON Foundation เป็นผู้สนับสนุนหลักของ TRON cryptocurrency มีนาย Justin Sun เป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโออายุ 29 ปีของ TRON Foundation และนาย Cong Li วัย 37 ปีหัวหน้าแผนกวิศวกรรมร่วมกับบริษัทต่างๆ เป็นจำเลยในคดีฟ้องร้องเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ตามคำฟ้องของศาลนาย Sun ได้กดดันให้นาย Hall ปล่อยตัวซอฟต์แวร์ของ BitTorrent ให้เร็วที่สุด ทั้งด้านนาย Juraszek ก็ว่าอ้างว่านาย Sun ได้ตบนาย Li และไม่เคยขอโทษและดูเหมือนว่าจะมีการทำร้ายร่างกายผู้จัดการซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการพูดจาทำร้ายในแชทกลุ่มด้วย

“นาย Lukasz Juraszek เห็นรองเท้าสองคู่ในประตูห้องประชุม จากนั้นก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากห้องแล้วเหมือนมีการตบตีและต่อยกัน หลังจากที่นาย Li เปิดประตูออกจากห้อง นาย Juraszek ก็เห็นหน้าผู้จัดการแดงไปหมดแล้วตาก็มันวาว”

จากการฟ้องร้องคดีดังกล่าวมีการเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 15 ล้านเหรียญสหรัฐโดยมีการเรียกร้องข้อหาการละเมิดกฎหมายแรงงานเนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาจ้างโดยมิชอบ, การเลือกปฏิบัติ, การประทุษร้ายด้วยอารมณ์และสภาพการทำงานที่ไม่เป็นมิตร ด้านจำเลยก็ได้ยื่นคำให้การต่อศาลในเดือนธันวาคมโดยจำเลยประกอบด้วย TRON Foundation, BitTorrent, Sun และ Li ได้โต้แย้งเรื่องเขตอำนาจศาลและประเด็นปัญหาข้อเท็จจริง

ในคำแถลงจากโฆษกของนาย Sun และ Li ได้กล่าวว่า:

“TRON ไม่สามารถพูดถึงรายละเอียดของการดำเนินคดีได้ แต่สิ่งที่เราสามารถบอกคุณได้คือลูกค้า, พนักงานและแหล่งชุมชน TRON นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรามาก”

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องประชุมผู้จัดการได้แจ้งนาย Juraszek ว่านาย Li วางแผนที่บีบเขาออกจากบริษัท โดยรายงานสิ่งที่เขาสังเกตเห็นต่อฝ่ายบุคคลจากนั้นนาย Juraszek อ้างว่าผู้ใช้ที่ไม่รู้จักลงชื่อเข้าใช้ภายใต้ ID ของคอมพิวเตอร์ที่ทำงานจากที่อื่นและอีเมลของเขาก็หายไป

การข่มขู่และไล่ออก
นอกจากนี้แล้วนาย Hall ยังกล่าวอีกว่านาย Li ขู่ว่าจะไล่เขาออกถ้าเขาหยุดงานพักร้อนทั้งที่เขาได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรภายใต้นโยบายของบริษัทแล้วเพื่อให้เขายกเลิกการเดินทางโดยไม่ขอคืนเงินประกันตามสัญญา

โดยนาย Li ได้ข่มขู่ว่าจะมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับเขาด้วย พร้อมบอกว่าตนนั้นไม่สามารถปกป้องเขาได้

ด้านคณะกรรมการการจ้างงานของแคลิฟอร์เนียก็ชี้ว่าโจทก์ไม่เคยได้รับการประเมินผลการดำเนินงานที่ไม่ดี อีกทั้งนาย Juraszek ก็อ้างว่าเขาเคยถูกเสนอให้เงินเดือนเพิ่มสูงขึ้นก่อนมีความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นด้วย

ด้านจีนก็ได้ส่งพนักงานคนอื่นๆ มาเพราะนาย Li กับ Sun เป็นคนจีน ซึ่งนาย Hall และ Juraszek ก็ไม่ได้พอใจเท่าไร เพราะเขามองว่าการนำคนใหม่เข้ามาม่ได้แก้ปัญหาและไม่ได้ตรงกับกฎหมายของอเมริกา

BitTorrent เองก็เจอปัญหากับการละเมิดลิขสิทธิ์ซ้ำๆ เพราะมันมีการให้ดาวน์โหลดหนัง รายการโชว์และหนังสือฟรีๆ

นาย Hall เป็นอดีตผู้จัดการด้านผลิตภัณฑ์ของ TRON Foundation และนาย Juraszek เป็นอดีตนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของ BitTorrent ทั้งสองไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเพิ่มเติมอะไรในขณะนี้

ข่าวฉาวของ Tron และนาย Justin Sun
โปรเจ็ค Tron ของนาย Sun นั้นค่อนข้างที่จะมีข้อกล่าวหาเยอะพอสมควรเกี่ยวกับทั้งมีการคัดลอก White Paper จากโปรเจ็คอื่นๆ ซึ่งนาย Sun ก็ออกมาปฏิเสธ ซีทีโอคนก่อนของ Tron ก็ถูกเลิกจ้างเพราะยักยอก, ติดสินพบรวมถึงละเมิดข้อกำหนดที่ว่าห้ามมิให้เปิดเผยข้อมูลของบริษัท

พนักงานของ BitTorrent ก็ลาออกพร้อมบอกว่านาย Sun นั้นได้พูดถึงเทคโนโลยีเกินจริง รวมถึงบอกว่าคริปโตของตัวเองราคาจะพุ่งเพราะมีเทคโนโลยีดีด้วย

ทางการจีนก็สั่งห้ามเขาเดินทางเพราะไปยุ่งเกี่ยวกับการกระทำทางการเงินที่ผิดกฎหมาย ก่อนหน้านี้นาย Sun ก็มีข่าวฉาวที่ออกมาโกหกว่าชนะการประมูลเพื่อได้ไปกินข้าวกับ Warren Buffett และไม่ได้มีการนัดกินข้าวเกิดขึ้นเพราะนาย Sun อยู่ในงานอีเว้นต์ของ Tron…

รัฐบาลอิหร่านออกใบอนุญาตการขุด

รัฐบาลอิหร่านออกใบอนุญาตการขุด Bitcoin ให้บริษัทกว่า 1,000 แห่ง คาดดึงเม็ดเงินกว่า 2.5 แสนล้านบาท

รัฐบาลอิหร่านออกใบอนุญาตการขุด Bitcoin

ภายหลังจากที่รัฐบาลอิหร่านได้ออกกฎหมายมากำกับสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศแล้วนั้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเริ่มออกใบอนุญาตด้านการขุด Bitcoin ให้กับบริษัทกว่า 1,000 แห่ง อ้างอิงจาก Financial Tribune

บริษัทด้านการขุด Cryptocurrency ในอิหร่านนั้นกำลังเปิดทำการ ทว่าดูเหมือนอัตราค่าไฟฟ้านั้นกำลังทำให้บริษัทด้านการขุดเล็ก ๆ จะไม่สามารถเข้ามาแข่งขันกับบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีเงินทุนหนากว่าได้

นาย Amir Hossein Saeedi ตัวแทนจากองค์กรด้าน ICT แห่งอิหร่านได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่ามีประชาชนเป็นจำนวนมากที่ให้ความสนใจในการเปิดเหมืองขุด Bitcoin เล็ก ๆ เอง

เขากล่าวเสริมว่านักขุด Bitcoin นั้นจะต้องไปทำการขอใบอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม แผนกขุดและซื้อขายก่อน พร้อมกล่าวเสริมอีกว่า

“รายงานจากการวิจัยของเราเผยว่าอุตสาหกรรมการขุดคริปโตนั้นมีศักยภาพที่จะดึงเม็ดเงินกว่า 8.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท) เข้ามาในระบบเศรษฐกิจ แต่ค่าไฟที่สูงมาก รวมทั้งขั้นตอนทางกฎหมายนั้นทำให้นักลงทุนขนาดเล็กไม่กล้าเข้ามาในตลาด”

นาย Saeedi กล่าวว่านักขุดรายใหญ่นั้นสามารถที่จะริ่เริ่มธุรกิจของพวกเขาได้จากเงินทุนของนักลงทุนจำนวนมากที่ถูกลงทุนเข้ามาแล้วในขณะนี้…

ว่าอย่าทำงานร่วมกับนาย

นักพัฒนา Ethereum เตือนนาย Steve Wozniak ว่าอย่าทำงานร่วมกับนาย Justin Sun

นักพัฒนา Ethereum เตือนนาย Steve Wozniak ว่าอย่าทำงานร่วมกับนาย Justin Sun

หนึ่งในสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับ Altcoins ก็คือการตลาดที่แข็งแกร่ง มันเป็นเหมือนตัวที่แบ่งแยกว่าเหรียญ Altcoins ไหนจะกลายเป็นเหรียญระดับโลก หรือเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่ถูกคนมองข้าม ซึ่งหนึ่งในเหรียญที่ขึ้นมาติดอันดับ Top 10 คริปโตที่มีมูลค่าโดยรวมมากที่สุดได้ก็คือ TRON หรือ TRX เนื่องจากมีนาย Justin Sun ผู้ก่อตั้งทำการตลาดได้อย่างโดดเด่นจนเหรียญนั้นได้รับความสนใจอย่างมากจากชุมชน

มื้อกลางวันกับผู้ร่วมก่อตั้ง Apple
อ้างอิงจาก UToday นาย Justin Sun ได้โพสต์ผ่าน Twitter ของเขาว่า เพิ่งไปทานมื้อกลางวันกับนาย Steve Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Apple มาคู่กับนาย Steve Jobs

นาย Sun ได้อธิบายว่า นาย Wozniak นั้นให้คำแนะนำที่มีคุณค่ามาก ๆ ในการทำให้ TRON นั้นกลายเป็นโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จเช่น Apple ให้ได้สักวันหนึ่ง ซึ่งเป็นการบอกเป็นนัย ๆ ด้วยว่าอาจจะมีการร่วมงานกันระหว่าง 2 คนนี้

By Jirapas Siribunchawanม.ค. 25, 2020
นักพัฒนา Ethereum เตือนนาย Steve Wozniak ว่าอย่าทำงานร่วมกับนาย Justin Sun เหรียญอื่นๆ188 จำนวนคนดูทั้งหมด
โหมดกลางคืน

Cointraffic

หนึ่งในสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับ Altcoins ก็คือการตลาดที่แข็งแกร่ง มันเป็นเหมือนตัวที่แบ่งแยกว่าเหรียญ Altcoins ไหนจะกลายเป็นเหรียญระดับโลก หรือเป็นอีกเหรียญหนึ่งที่ถูกคนมองข้าม ซึ่งหนึ่งในเหรียญที่ขึ้นมาติดอันดับ Top 10 คริปโตที่มีมูลค่าโดยรวมมากที่สุดได้ก็คือ TRON หรือ TRX เนื่องจากมีนาย Justin Sun ผู้ก่อตั้งทำการตลาดได้อย่างโดดเด่นจนเหรียญนั้นได้รับความสนใจอย่างมากจากชุมชน

มื้อกลางวันกับผู้ร่วมก่อตั้ง Apple
อ้างอิงจาก UToday นาย Justin Sun ได้โพสต์ผ่าน Twitter ของเขาว่า เพิ่งไปทานมื้อกลางวันกับนาย Steve Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Apple มาคู่กับนาย Steve Jobs

นาย Sun ได้อธิบายว่า นาย Wozniak นั้นให้คำแนะนำที่มีคุณค่ามาก ๆ ในการทำให้ TRON นั้นกลายเป็นโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จเช่น Apple ให้ได้สักวันหนึ่ง ซึ่งเป็นการบอกเป็นนัย ๆ ด้วยว่าอาจจะมีการร่วมงานกันระหว่าง 2 คนนี้

ว่าอย่าทำงานร่วมกับนาย
“ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก ๆ ที่ได้กินข้าวกลางวันกับนาย Steve Wozniak เมื่อ 3 วันที่แล้ว คนนี้ระดับตำนานเลย ขอขอบคุณนาย Wozniak และคำแนะนำชั้นยอดของเขา ว่าควรทำยังไงให้ TRON ประสบความสำเร็จแบบ Apple ได้สักวันหนึ่ง!”

ในการกินข้าวกับนาย Wozniak นั้นแตกต่างกับการกินข้าวกับนาย Warren Buffet นักลงทุนระดับตำนาน เพราะเขาไม่ต้องจ่ายเงินหลายล้านดอลลาร์สำหรับค่าอาหาร

พอทวีตนี้ได้โพสต์ออกไป Twitter นาม antiprosynthesis.eth นักพัฒนา Ethereum ก็ได้เข้ามาเตือนนาย Wozniak ว่า เขานั้นถูกหลอกใช้เพื่อการโปรโมทหลอกล่อนักลงทุนเท่านั้น:

“ผมขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้นะแต่คุณได้ถูกเอาเปรียบมานะ TRON เป็นโปรเจกต์ที่มีพิรุธมาก ๆ และนาย Justin Sun จะใช้ทุก ๆ อย่างที่เขาหาได้เพื่อทำการโปรโมทมันไปยังนักลงทุนรายย่อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่”

ว่าอย่าทำงานร่วมกับนาย

สิ่งที่นักพัฒนา Ethereum คนนั้นพูดมาก็ไม่ได้เป็นการใส่ร้ายซะทีเดียว เพราะในอดีตทั้งโปรเจกต์ TRON และนาย Justin Sun เองก็มีเรื่องอื้อฉาวหลายข่าว เช่น ถูกจับได้ว่า Whitepaper ของ TRON นั้นก๊อปปี้เหรียญอื่นอย่าง Filecoin มา, มีข้อมูลชี้ว่าผู้ติดตามบน Twitter ของเขานั้นไม่ใช่ของจริงแต่ปั๊มมา, การคุยโอ้อวดว่าเหรียญ TRON นั้นเหนือกว่า Ethereum จนโดนนาย Vitalik Buterin ผู้สร้าง Ethereum ตอกกลับ, แคมเปญว่าจะแจก Tesla แต่ดันให้ตั๋วไปงาน TRON แทน และอื่น ๆ อีกมากมาย จนตอนนี้ชุมชนคริปโตก็เริ่มรู้แล้วว่าสไตล์การตลาดของนาย Sun นั้นเป็นแบบไหน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้นาย Sun จะมีเรื่องให้วิพากษ์วิจารณ์มากในบางครั้งแต่ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าการตลาดของเขานั้นมีประสิทธิภาพที่ดีมาก จากกระแสที่เกิดขึ้น

อ้างอิงจาก CoinMarketCap ในขณะที่รายงานอยู่นี้ TRON มีมูลค่าอยู่ที่ 0.016166 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.82 เปอร์เซ็นต์ และมีปริมาณการเทรดโดยรวมอยู่ที่ 1,219 ล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา TRON มีมูลค่าโดยรวมที่ 1,077 ล้านดอลลาร์

ว่าอย่าทำงานร่วมกับนาย

ต้องติดตามต่อไปว่าการถ่ายรูปคู่ในครั้งนี้ของนาย Sun จะต่อยอดให้เกิดแคมเปญหรือโปรเจกต์อะไรร่วมกับนาย Wozniak หรือไม่ ซึ่งถ้ากมีก็อย่าเพิ่งเชื่อแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ให้รอดูท่าทีก่อนอีกที แต่ราคาของ TRX คงมีผลกับข่าวนั้นอย่างแน่นอน…

ปรับกลยุทธ์ใหม่ลดการเทขาย

บริษัท Ripple ปรับกลยุทธ์ใหม่ลดการเทขาย XRP ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 ได้สำเร็จ

บริษัท Ripple ปรับกลยุทธ์ใหม่ลดการเทขาย XRP

ในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมานี้ ทางบริษัท Ripple นั้นได้มีการเปิดเผยถึงผลการดำเนินการของบริษัทในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 อย่างเป็นทางการ โดยรายงานดังกล่าวได้มีประเด็นสำคัญถึงการสร้างความเข้าใจถึงระบบการปล่อยเหรียญ XRP เข้าสู่ระบบของ Ripple ในแต่ละเดือนหรือที่เรียกว่าระบบ Escrow รวมทั้งรายงานข้อมูลอื่นๆอย่างเช่นปริมาณการเติบโตของตลาดสำหรับเหรียญ XRP รวมทั้งผลิตภัณฑ์สำคัญอย่างระบบเครือข่าย On-Demand Liquidity ของพวกเขาอีกด้วย

สำหรับระบบ Escrow ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดให้แก่บุคคลภายนอกว่าทาง Ripple นั้นได้ถือครองเหรียญ XRP มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณเหรียญทั้งหมดในระบบนั้น กล่าวโดยสรุปคือระบบดังกล่าวนั้นเป็นเสมือนการวางระบบไว้บนเครือข่าย Blockchain ของ XRP สำหรับการปล่อยเหรียญให้แก่บริษัทเป็นจำนวน 1 พันล้านเหรียญต่อเดือน เป็นระยะเวลา 55 เดือน ทำให้เหรียญทั้งหมดที่จะไหลเข้าสู่ระบบของ Ripple นั้นมีจำนวนทั้งสิ้น 55 พันล้านเหรียญนั่นเอง

อย่างไรก็ตามรายงานดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์เกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวเพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ตลาดโดยการที่ทางบริษัท Ripple นั้นตัดสินใจส่งเหรียญส่วนเกินจากการใช้งานของบริษัทกลับคืนสู่เครือข่าย โดยในช่วงเดือนแรกของไตรมาสนั้นได้ส่งกลับคืนถึง 100% จากที่ได้ถอนออกมาเลยทีเดียว โดยรวมทั้งไตรมาสนั้นได้ดำเนินการส่งคืนเหรียญรวมทั้งหมดกว่า 2.7 พันล้านเหรียญจากปริมาณที่ถอนมาทั้งหมด 3 พันล้านเหรียญนั่นเอง

สำหรับการดำเนินการโดยรวมในตลาดของเหรียญ XRP ในช่วงไตรมาสุดท้ายของปี 2019 นี้ทางบริษัทได้มียอดขายเหรียญลดลงกว่า 80% จากในช่วงไตรมาสก่อนที่ 66.2 ล้านดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่เพียง 13.08 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งในช่วงปลายปีซึ่งราคา Bitcoin นั้นลดลงอย่างมากยังได้ส่งผลกระทบต่อเหรียญ XRP ให้ราคาลงไปอยู่ในช่วง 0.18 ดอลลาร์อีกด้วย อย่างไรก็ตามราคาได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับที่ 0.22 ดอลลาร์ในปัจจุบัน

By Jitphanu Nakapatม.ค. 24, 2020
บริษัท Ripple ปรับกลยุทธ์ใหม่ลดการเทขาย XRP ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 ได้สำเร็จ ข่าว RIPPLE180 จำนวนคนดูทั้งหมด
โหมดกลางคืน

Cointraffic

ในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมานี้ ทางบริษัท Ripple นั้นได้มีการเปิดเผยถึงผลการดำเนินการของบริษัทในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 อย่างเป็นทางการ โดยรายงานดังกล่าวได้มีประเด็นสำคัญถึงการสร้างความเข้าใจถึงระบบการปล่อยเหรียญ XRP เข้าสู่ระบบของ Ripple ในแต่ละเดือนหรือที่เรียกว่าระบบ Escrow รวมทั้งรายงานข้อมูลอื่นๆอย่างเช่นปริมาณการเติบโตของตลาดสำหรับเหรียญ XRP รวมทั้งผลิตภัณฑ์สำคัญอย่างระบบเครือข่าย On-Demand Liquidity ของพวกเขาอีกด้วย

สำหรับระบบ Escrow ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดให้แก่บุคคลภายนอกว่าทาง Ripple นั้นได้ถือครองเหรียญ XRP มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณเหรียญทั้งหมดในระบบนั้น กล่าวโดยสรุปคือระบบดังกล่าวนั้นเป็นเสมือนการวางระบบไว้บนเครือข่าย Blockchain ของ XRP สำหรับการปล่อยเหรียญให้แก่บริษัทเป็นจำนวน 1 พันล้านเหรียญต่อเดือน เป็นระยะเวลา 55 เดือน ทำให้เหรียญทั้งหมดที่จะไหลเข้าสู่ระบบของ Ripple นั้นมีจำนวนทั้งสิ้น 55 พันล้านเหรียญนั่นเอง

อย่างไรก็ตามรายงานดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์เกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวเพื่อสร้างความไว้วางใจแก่ตลาดโดยการที่ทางบริษัท Ripple นั้นตัดสินใจส่งเหรียญส่วนเกินจากการใช้งานของบริษัทกลับคืนสู่เครือข่าย โดยในช่วงเดือนแรกของไตรมาสนั้นได้ส่งกลับคืนถึง 100% จากที่ได้ถอนออกมาเลยทีเดียว โดยรวมทั้งไตรมาสนั้นได้ดำเนินการส่งคืนเหรียญรวมทั้งหมดกว่า 2.7 พันล้านเหรียญจากปริมาณที่ถอนมาทั้งหมด 3 พันล้านเหรียญนั่นเอง

สำหรับการดำเนินการโดยรวมในตลาดของเหรียญ XRP ในช่วงไตรมาสุดท้ายของปี 2019 นี้ทางบริษัทได้มียอดขายเหรียญลดลงกว่า 80% จากในช่วงไตรมาสก่อนที่ 66.2 ล้านดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่เพียง 13.08 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งในช่วงปลายปีซึ่งราคา Bitcoin นั้นลดลงอย่างมากยังได้ส่งผลกระทบต่อเหรียญ XRP ให้ราคาลงไปอยู่ในช่วง 0.18 ดอลลาร์อีกด้วย อย่างไรก็ตามราคาได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับที่ 0.22 ดอลลาร์ในปัจจุบัน

อีกทั้งเครือข่ายผู้ใช้งาน On-Demand Liquidity ของบริษัทนั้นยังได้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปริมาณลูกค้าของเครือข่ายดังกล่าวยังได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในกลุ่มลูกค้าที่เข้าใช้บริการดังกล่าวของบริษัทนั้นได้แก่ MoneyGram, goLance, Viamericas, FlashFX และ Interbank Peru เป็นต้น รวมถึงมูลค่าและปริมาณธุรกรรมในระบบที่เพิ่มขึ้นจากในช่วงไตรมาสสามของปี 2019 กว่า 650% และ 390% ตามลำดับอีกด้วย

นอกจากนี้แล้วในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาก ปริมาณการซื้อขายเหรียญ XRP จากทางบริษัทต่อวันโดยเฉลี่ยนั้นมีท่าทีลดลงเล็กน้อยจากในช่วงไตรมาสก่อน จากปริมาณกว่า 198.10 ล้านดอลลาร์ต่อวันมาอยู่ที่ 187.34 ล้านดอลลาร์ต่อวัน โดยปริมาณการซื้อขายต่อวันในตลาดปัจจุบันนั้นเมื่ออ้างอิงตาม CoinMarketCap แล้วนั้นอยู่ราวๆ 1.5 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งลดลงอย่างมากเนื่องจากทางแหล่งข้อมูลอย่าง CoinMarketCap นั้นได้เปลี่ยนแปลงมาตรการการคำนวนปริมาณการซื้อขายใหม่เพื่อคัดกรองข้อมูลซึ่งเกินจริงออกจากระบบ

สำหรับอัตราความผันผวนของราคาเหรียญ XRP นั้น อ้างอิงจากรายงานได้แสดงให้เห็นว่าลดลงเล็กน้อยจากในช่วงไตรมาสก่อนที่ 3.6% มาสู่ 3.1% ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราดังกล่าวของเหรียญอื่นๆอย่าง Bitcoin ที่ 3% และ Ethereum ที่ 3.1% นั่นเอง อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยทางด้านการเติบโตของตลาดอนุพันธ์ของเหรียญดังกล่าวอาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของระดับดังกล่าวในช่วงไตรมาสถัดไปได้นั่นเอง…

จับมือบริษัทด้านลงทุนระดับโลก

Tezos จับมือบริษัทด้านลงทุนระดับโลก สร้างเหรียญ Silicon Valley Coin

Tezos จับมือบริษัทด้านลงทุนระดับโลก 

บริษัทร่วมลงทุนซานฟรานซิสโก Andra Capital เตรียมออกเหรียญ Silicon Valley Coin (SVC) โดยจะมีการเสนอขายเหรียญในรูปแบบ Security Token Offering ( STO) ซึ่งโปรเจ็คนี้ได้รับความร่วมมือจาก Tezos Foundation เหรียญดังกล่าวจึงจะสร้างอยู่บนบล็อกเชนของ Tezos Foundation

จากประกาศของ prnewswire ได้เผยว่า Andra Capital ทางบริษัทนั้นกำลังวางแผนจะสร้างเหรียญ Silicon Valley Coin ร่วมกับ Tezos Foundation ซึ่งจะใช้แพลตฟอร์มของ TokenSoft

กองทุนเทคโนโลยีแบบเปิดของบริษัท ซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่า “กองทุน” ส่วนใหญ่จะใช้ SVC เพื่อลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีเอกชน นอกจากนี้โทเค็นใหม่นี้ยังให้โอกาสในการลงทุนสำหรับผู้ซื้อที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในสหรัฐอเมริกาและนักลงทุนที่ได้รับอนุญาตทั่วโลก

หัวหน้าด้านกลยุทธ์นาย Sam Raman ของ Andra Capital ก็ได้กล่าวว่าบริษัทเขานั้นได้ใช้แพลตฟอร์มที่ดีที่สุดของ TokenSoft และ Tezos Foundation:

“แพลตฟอร์ม TokenSoft มีเทคโนโลยีสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเข้าร่วมในบริษัทร่วมทุนด้านเทคโนโลยีและเราได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการที่ดีที่สุดรวมถึง Tezos Foundation ที่มีความเชี่ยวชาญด้านหลักทรัพย์ดิจิตอลในการสร้าง Silicon Valley Coin”

นอกจากนี้นาง Alison Mangiero ประธาน TQ Tezos ยังได้พูดเกี่ยวกับความร่วมมือดังกล่าวนี้ว่าเธอนั้นตื่นเต้นที่จะได้เห็นบริษัทร่วมทุนหันมาสนับสนุนหลักทรัพย์ดิจิทัลซึ่งทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงนักลงทุนทั่วโลกได้ง่ายมากขึ้น

เกี่ยวกับเหรียญ Silicon Valley Coin
เหรียญ Silicon Valley Coin เป็นเหรียญที่สามารถเทรดได้และอยู่ในรูปแบบของ Security Token ซึ่งได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ โดยการทำกองทุนให้อยู่ในรูปแบบของโทเค็นเพื่อนำมาใช้แทนสัญญากระดาษแบบเดิมๆ ด้วย Smart Contract ซึ่งกองทุนนี้จะนำไปลงทุนกับบริษัทเทคโนโลยีภาคเอกชนในภาค late-stage ที่มีคุณสมบัติคือได้รับการสนับสนุนจากบริษัทร่วมทุนระดับท็อป, มีมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปหรือมากกว่านั้น, เป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมของตนและมีทีมการจัดการที่มุ่งเน้นการเจริญเติบโต

ราคาเหรียญ Tezos หลังมีประกาศความร่วมมือออกมา

จับมือบริษัทด้านลงทุนระดับโลก

เหรียญ Tezos (XTZ) นั้นเพิ่มขึ้นมา 3.51% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ ทำให้ตอนนี้ XTZ มีราคาอยู่ที่ 1.60 ดอลลาร์ โดยเมื่อวานนี้ XTZ นั้นเทรดที่ประมาณ 1.50 ดอลลาร์และพุ่งขึ้นมาแตะ 1.63 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมาเกือบๆ 9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนมูลค่าตลาดนั้นอยู่ที่ 1.127 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเหรียญที่ถูกจัดว่ามีมูลค่าตลาดมากที่สุดเป็นอันดับที่ 13

จับมือบริษัทด้านลงทุนระดับโลก

หากพุ่งแตะระดับสำคัญดังกล่าว

ราคา Ethereum มีแนวโน้มแตะ 850 ดอลลาร์ หากพุ่งแตะระดับสำคัญดังกล่าว

ราคา Ethereum มีแนวโน้มแตะ 850 ดอลลาร์ หากพุ่งแตะระดับสำคัญดังกล่าว

เมื่อวานนี้ราคา Ethereum สามารถพุ่งแตะ 171 ดอลลาร์ได้ในระยะสั้นๆ ก่อนที่จค่อยๆ ไต่ระดับลงมาที่ 168 ดอลลาร์เช่นเดิม ทำให้มีนักวิเคราะห์ออกมามองว่าเป็นไปได้ที่อีกไม่นานราคา Ethereum อาจจะย่อตัวลงมาแถวระดับราคาที่ 155 ดอลลาร์ก่อนที่จะพุ่งต่อไปได้ หากมันสามารถพุ่งต่อเมื่อร่วงแตะ 155 ดอลลาร์ได้แล้ว ระยะต่อไปก็คือช่วงของ parabolic movement

ราคา Ethereum ค่อยๆ ไต่ขึ้น
ในเวลาที่เขียนบทความนี้อยู่ราคา Ethereum นั้นลดลงมาเล็กน้อย -1.69% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เทรดกันอยู่ที่ 166.22 ดอลลาร์ Ethereum ยังไม่สามารถพุ่งทะลุ 170 ดอลลาร์ไปได้หลังจากที่มันมีการเทขายครั้งใหญ่เมื่อประมาณวันเสาร์ที่ผ่านมาช่วงนั้นคือราคา Ethereum ร่วงจากจุดสูงสุดที่ 178 ดอลลาร์ลงมาสู่ 162 ดอลลาร์

เมื่อวานนี้ Ethereum พยายามที่จะวิ่งทะลุ 170 ดอลลาร์ให้ได้แต่ว่าก็ไม่สามารถทำได้เพราะเจอกับการเทขายทำให้มันกลับมาเทรดกันที่ระดับราคา 160 ดอลลาร์กันอีกครั้ง

นักวิเคราะห์ราคาบนทวิตเตอร์ชื่อดังอีกคนหนึ่งคือ Calmly เขาได้ออกมามองว่า Ethereum อาจจะไม่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ได้เร็วๆ นี้ และมันจะต้องร่วงไปแตะ 155 ดอลลาร์ก่อนที่จะวิ่งไปแตะ 180 ดอลลาร์ได้

หากพุ่งแตะระดับสำคัญดังกล่าว

“Ethereum / ETH – เรายังคงมองว่ามันยังไม่ถึงช่วงขาขึ้นในเร็วๆ นี้ เมื่อครั้งที่แล้วเราก็อยู่กันแถวๆ ระดับ s/r lvl แล้วก็อยู่ในช่วงสะสมราคากว่า 12 สัปดาห์ก่อนที่ท้ายสุดแล้วจะมีการเบรคดาวน์ เราคิดว่ามันน่าจะร่วงไปแตะ ~$155 ก่อน $180” เขาอธิบายพร้อมโพสต์กราฟ

ถ้าราคา Ethereum มันวิ่งแตะ $180 ได้แล้วมีโอกาสที่มันจะทะยานแตะ $850 ได้หรือไม่
นักวิเคราะห์ผู้โด่งดังอีกคนหนึ่ง Galaxy มองว่าตอนนี้ Ethereu พยายามจะเบรคเส้นเทรนด์ไลน์หลายปีอยู่ และถ้าหากมันปิดตัวรายสัปดาห์เหนือระดับราคานี้ได้มันอาจจะทะยานแตะ 850 ดอลลาร์ได้เลยทีเดียว

“Ethereum กำลังพยายามเบรคเอ้าท์เทรนด์ขาลง 2 ปีอยู่ เป็นไปได้ว่าอีกไม่กี่สัปดาห์เราอาจเห็นมันทะยานเป็นขาขึ้น” เขาชี้พร้อมโพสต์กราฟประกอบ

หากพุ่งแตะระดับสำคัญดังกล่าว