บิทคอยน์พุ่งขึ้น

บิทคอยน์พุ่งขึ้น ไม่หยุด แม้จะร่วงมาแตะ 7,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

บิทคอยน์พุ่งขึ้น แม้จะร่วงมาแตะ 7,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

นาย John McAfee กล่าว ราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นต่อไม่หยุด แม้จะร่วงมาแตะ 7,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีความมั่นคงในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ราคา Bitcoin เริ่มลดลงแล้ว ในขณะที่รายงานอยู่นี้ราคา 7,000 ดอลลาร์ นาย John McAfee กล่าวว่ามันจะขึ้นแบบไม่มีวันหยุด

ขึ้นเรื่อย ๆ
Bitcoin ไม่ใช่เป็นเพียงเหรียญเดียวที่ขึ้นและเป็นการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2018 นอกจากนี้เหรียญอื่น ๆ ก็ขึ้นตามด้วยเช่นกัน ราคา Bitcoin กลับมาแต่ที่ 7,000 ดอลลาร์หลังจากที่ขึ้นไปถึง 7,500 ดอลลาร์อยู่ช่วงหนึ่ง

เหรียญในสิบดันดับแรกยกเว้น Tether ต่างก็มีการเปลี่ยนแปลงราคาที่ดีขึ้น การที่ราคา Tether ไม่ขึ้นนั้นอาจเป็นเพราะข่าวอื้อฉาวของ Tether ก็เป็นได้

นาย John McAfee กล่าวถึง Bitcoin
นาย John McAfee นักโปรแกรมเมอร์ชื่อดังและเจ้าของโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee เมื่อปี 2017 เขาเคยทำนายว่าราคา Bitcoin จะพุ่งไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ในปี 2020

เขาทำนายราคา Bitcoin เชิงบวกตลอดและยังแนวแน่ต่อการตัดสินใจของเขา เขากล่าวว่า Cryptocurrency เป็นสินค้าที่ตั้งขึ้นใหม่ เป็นข้อได้เปรียบที่เพิ่มขึ้นและสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมไม่สามารถใช้ได้ในตลาดคริปโตได้

ในทวิตล่าสุดของนาย John McAfee ได้ต่อว่านักวิเคราะห์ Bitcoin ว่าการโพสต์ของพวกเขานั้นทำให้เกิดความสับสนให้กับนักลงทุนใจร้อนที่อยากจะขาย Bitcoin โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาย John McAfee กล่าวย้ำอีกว่าไม่มีใครจะสามารถมาหยุดยั้งการเติบโตของ Bitcoin ได้แล้ว

นาย McAfee ได้เรียกความมั่นใจในการทำนายของเขาในขณะที่ Bitcoin (BTC) ยังอยู่ที่แนวต้าน อย่างไรก็ตาม การที่ราคา Bitcoin จะสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์นั้น อาจเป็นไปได้มากในช่วงเวลาอันสั้น

ในขณะเดียวกันคนอื่น ๆ ก็ได้คาดหวังเช่นเดียวกับนาย McAfee ว่าราคา Bitcoin จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ นักเศรษฐศาสตร์ชาวรัสเซียชื่อนาย Vladislav Ginko ซึ่งอ้างว่าการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างต่อเนื่องโดยสหรัฐฯ จะทำให้ราคาสูงขึ้นและอาจสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ในปี 2020

นาย Ginko กล่าวว่ารัสเซียได้มีการซื้อ Bitcoin เป็นจำนวนมาก เพื่อนำมาใช้เป็นการสำรองเงินประเทศด้วย Bitcoin เพื่อลดผลกระทบจากการคว่ำบาตรสหรัฐฯ

สรุปราคา Bitcoin อาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดคริปโต ไม่มีใครรู้ว่าจะหยุดที่ราคาไหน แต่นักวิเคราะห์อ้างว่ามันจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ และนี่คือการคาดเดาทั้งหมด

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

เศรษฐีคริปโต

เศรษฐีคริปโตพันล้าน Mike Novogratz กล่าว Bitcoin นั้นสมบูรณ์แล้ว

เศรษฐีคริปโต พันล้าน Mike Novogratz กล่าว Bitcoin นั้นสมบูรณ์แล้ว

ก่อนหน้านี้ ผู้คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่า Cryptocurrency นั้นมักจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรหรือลงทุนเป็นหลัก ไม่ได้เป็นสกุลเงินอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญในวงการได้ออกมาชี้ให้เห็นว่า Cryptocurrency นั้นสามารถใช้งานได้จริงถึง 3 แง่

นาย Mike Novogratz CEO ของ Galaxy Digital บริษัทที่ลงทุนในคริปโตเป็นหลัก ได้กล่าวอธิบายในงาน Ethereal Summit นิวยอร์ก ว่า คริปโตเช่น Bitcoin นั้นสามารถใช้งานได้จริงถึง 3 แง่

เก็บรักษามูลค่า
อันดับแรกเขาได้หยิบยกมาว่า การใช้งานจริงของคริปโตคือเป็น Store of Value หรือตัวกลางที่สามารถรักษามูลค่าไว้ได้ แต่มีเพียง Bitcoin สกุลเดียวเท่านั้นที่ทำได้

“มันเป็นจริงเรียบร้อยแล้ว Bitcoin เหมือนจะสมบูรณ์แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องสร้างอะไรเพิ่มเติมอีกเพื่อให้มันสามารถใช้งานจริงได้ มันไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี เราสามารถนำโค้ด Bitcoin ไปปรับโครงสร้างใหม่ในคืนนี้เลย แล้วเรียกมันว่า Novocoin แต่มันจะไม่มีมูลค่าอะไรทั้งนั้น”

นาย Novogratz ได้กล่าวว่า มีแต่ Bitcoin เท่านั้นที่เก็บมูลค่าได้แตกต่างกับ Altcoins:

“นักลงทุนควรระวัง Altcoins ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง ถ้าเปรียบเทียบคริปโตเหมือนตารางธาตุ มันมี 114 ธาตุในตาราง แต่มีเพียงธาตุเดียวเท่านั้นที่เป็นทองคำ ที่สามารถเก็บรักษามูลค่าได้”

ชำระเงิน
นาย Novogratz ได้อธิบายว่า การใช้งานจริงในแง่ที่ 2 ของคริปโต โดยหยิบยกข้อมูลที่ประเทศจีนมาว่า ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของประชากรใช้มือถือในการจ่ายเงินในชีวิตประจำวัน แต่ภูมิภาคตะวันตกมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีพฤติกรรมแบบนั้น

เขาได้อธิบายว่า Stablecoin จะเข้ามามีบทบาทแน่นอนในจุดนี้ เพราะ Telegram หรือ Facebook ซึ่งทั้งสองเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ ก็กำลังจะเข้ามาพัฒนาในส่วนนี้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ได้

เว็บ 3.0
อันดับที่ 3 การใช้งานแง่สุดท้ายของคริปโตคือการเป็นเว็บ 3.0 ที่ Ethereum เป็นผู้นำในส่วนนี้ เพราะสามารถประยุกต์ Blockchain ของมันเข้ากับทุกอย่างในโลกได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เขาจะเป็นแฟนคลับของ Ethereum (ในช่วงตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย Princeton University เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องกับนาย Joseph Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum) แต่เขาก็กล่าวว่า มันมีคู่แข่งอีกมากมายเช่น Cosmos, Dfinity และ Polkadot และจะต้องใช้เวลาอีกอย่างต่ำ 5 ปีกว่าจะรู้ว่าใครเป็นผู้ชนะในแง่นี้

นอกจากนี้ เขายังอธิบายด้วยว่า มันสำคัญขนาดไหนที่จะสร้างวงการคริปโตขึ้นมาได้ เพราะในปัจจุบันเจ้าใหญ่ ๆ มากมายหรือแม้แต่รัฐบาลบางประเทศก็กำลังแข่งขันอยู่

เขาได้ยกตัวอย่างประเทศจีนว่า การที่ประธานาธิบดีของจีนนั้นมีอำนาจที่จะกลายเป็นผู้ที่มีอำนาจผุกขาดด้วยการใช้เงินดิจิทัลแบบ Centralized นั้นน่ากลัวมาก ๆ เนื่องจากข้อมูลการทำธุรกรรมทั้งหมดจะถูกส่งผ่านรัฐบาล และนำไปต่อยอดด้วย Machine Learning

“เมื่อปีที่ผ่านมา มีประชาชนชาวจีน 13 เปอร์เซ็นต์ถูกห้าไมให้เดินทางจากภูมิภาคหนึ่งไปยังอีกภูมิภาคหนึ่งเนื่องจาก Social เครดิตสกอร์”

เขาชี้ให้เห็นว่า หากผู้นำในวงการคริปโตกลายเป็นผู้คุมอำนาจทั้งหมดได้ อาจไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ด้วยเหตุนี้เอง เขาเลยเชียร์ให้ Ethereum รีบพัฒนาขึ้นเป็นผู้นำ เพราะจะทำให้เกิดการปฏิวัติทางเศรษฐกิจที่แท้จริง

“การสร้างเงินแบบ Decentralized คือคลื่นลูกใหญ่ลูกต่อไปที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานระบบเศรษฐกิจของเราเลย Ethereum จำเป็นที่จะต้องชนะและถูกใช้งานจริง จากนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้มันกลายเป็นเงินจริง ๆ จนกลายเป็นตัวกลางในการชำระเงิน”

นาย Novogratz ยกข้อมูลขึ้นมาให้เห็นว่า ทำไมตอนนี้ Ethereum ถึงเป็นผู้นำอยู่:

“ข่าวดีสำหรับ Ethereum คือ มันเป็นผู้นำอยู่ มันจำเป็นต้องมีชุมชน และชุมชนของพวกเขาคือผู้ประกอบการ, นักพัฒนา และนักเขียนโค้ด ซึ่งในระยะยาวยังจำเป็นต้องมีผู้ใช้งานจริง ๆ อยู่ดี คุณต้องนำพวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมให้ได้”

ท้ายสุด เขาได้กล่าวยกตัวอย่างถึงคริปโตเช่น Litecoin ว่ามีชุมชนที่อ่อนแอกว่า:

“Litecoin มีชุมชนที่อ่อนแอกว่า ชุมชนของพวกเขาประกอบไปด้วยนักเก็งกำไร, นักโปรโมท และนักปั๊มราคา”

เรียกได้ว่า ในหลายปีที่ผ่านมา แง่ต่าง ๆ ของวงการคริปโตนั้นก็เติบโตต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการเป็นที่รู้จักมากขึ้น, การได้รับการยอมรับมากขึ้น หรือในแง่ของเทคโนโลยีของแต่ละโปรเจกต์ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม ท้ายที่สุดไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นผู้ชนะในศึกนี้ ทุก ๆ คนในระบบเศรษฐกิจย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

ทะลุ 6,200 แล้วไปต่อ: ราคา Bitcoin ยังคงทำจุดสูงสุดในปี 2019 เรื่อย ๆ

Bitcoinสูงสุด2019 

ทะลุ 6,200 แล้วไปต่อ: ราคา Bitcoin ยังคงทำจุดสูงสุดในปี 2019 เรื่อย ๆ
ราคาของ Bitcoin นั้นยังคงพุ่งทะยานต่อไปเรื่อย ๆ หลังจากที่ทะลุระดับ 6,000 ดอลลาร์ไปแล้วว และดูเหมือนว่าจะยังไม่หยุดง่าย ๆ ล่าสุดนั้นได้ทะลุระดับ 6,200 ดอลลาร์ไปแล้วในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

Bitcoinสูงสุด2019

กราฟจากเว็บ Coinmatketcap เผยให้เห็นว่าราคาของ Bitcoin บนตลาดโลกนั้นอยู่ที่ 6,282 ดลอลาร์ในขณะที่รายงานข่าวอยู่นี้ โดยเพิ่มขึ้นมาถึง 3.35% จากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ที่น่าสนใจก็คือ ส่วนแบ่งตลาดโวลลุ่มโดยรวมของ Bitcoin นั้นพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยข้อมูลจากเว็บดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงอัตราการครอบครองตลาดนั้นพุ่งขึ้นมาเป็น 57.9% แล้ว จากระดับ 50.5% ของเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเทขายเหรียญ altcoin อื่น ๆ เพื่อนำมาใช้ซื้อ Bitcoin

Bitcoinสูงสุด2019

 

ในขณะเดียวกัน ราคาของ Bitcoin บนตลาดในไทยอย่างเช่นเว็บ Bx นั้นดูเหมือนว่าจะนำหน้าของตลาดโลกไปอยู่พอเล็กน้อย โดยล่าสุดนั้นอยู่ที่ 6,306 ดอลลาร์ หรือประมาณ 199,800 บาท แสดงให้เห็นถึงตลาดในประเทศไทยที่กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ราคาร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 3,000 ดอลลาร์เมื่อช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา

Bitcoinสูงสุด2019

ส่วนราคาบนตลาดไทยอย่าง Satang Pro และ Bitkub นั้นก็อยู่ในระดับที่ไล่เลี่ยกันเช่นกัน โดยอยู่ที่ 200,000 บาทในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้

ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ราคา cryptocurrency ชื่อดังนาย Tom Lee ได้ออกมาทำนายว่าราคาของ Bitcoin นั้นได้เปลี่ยนเป็นขาขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว และเราอาจจะได้เห็นระดับราคาของ Bitcoin ที่ 10,000 ดอลลาร์ภายในปลายปีนี้

ซึ่งหากเป็นจริงแล้วล่ะก็ นั่นหมายความว่าเราจะได้เห็นกำไรถึง 117,249 บาทต่อ 1 BTC ภายในระยะเวลาแค่ 6-7 เดือนที่จะถึงนี้

ทว่าอย่างไรก็ตาม นาย Tom Lee นั้นไม่ได้มีความแม่นยำในการทำนายราคาเมื่อช่วงปี 2018 ที่ผ่านมาเท่าไรนัก หลังจากที่เขาเคยบอกว่าราคาของเหรียญ BTC จะขึ้นไปแตะ 15,000 ดอลลาร์ภายในปลายปี 2018 แต่มันกลับไปกันคนละทางกับที่เขากล่าวไว้

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

อดีตนักลงทุนOneCoin

อดีตนักลงทุน OneCoin ยื่นฟ้อง OneCoin

อดีตนักลงทุนOneCoin ยื่นฟ้อง OneCoin

อดีตนักลงทุน OneCoin ยื่นฟ้อง OneCoin ข้อหาฉ้อโกง สูญเสียเงินกว่า 130,000 ดอลลาร์

แชร์ลูกโซ่เหรียญ Onecoin กำลังถูกฟ้องร้องโดยอดีตนักลงทุน

ฟ้องร้อง
คดีนี้ถูกยื่นฟ้องร้องในนิวยอร์กโดยบริษัทด้านกฏหมายนาม Silver Miller นาง Christine Grablis อ้างว่า OneCoin ได้ทำการโปรโมทการ ลงทุนคริปโต และละเมิดกฏหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลาง

นาง Grablis บ่นว่าเธอเสียเงินประมาณ 130,000 ดอลลาร์ใน OneCoin และกำลังหาทางที่จะคืนเงินเหล่านั้นรวมทั้งความเสียหาย เธอกำลังมองหาการดำเนินการในชั้นศาลในนามของนักลงทุนรายอื่นที่สูญเสียเงินผ่านโครงการนี้

การฟ้องร้อง OneCoin ดำเนินการมาอย่างน้อยตั้งแต่ปี 2016 เมื่อหน่วยงานด้านการเงินของเบลเยียมออกคำเตือนเกี่ยวกับโครงการ OneCoin ทำหน้าที่เป็นรูปแบบการตลาดแบบมีระดับขั้น โดยถูกก่อตั้งโดยนาง Ruja Ignatova

มีผู้เสียหายร้องเรียนเป็นจำนวนมากในโครงการ OneCoin เจ้าหน้าที่ของรัฐหลายแห่งจากทั่วโลกรวมทั้งสหราชอาณาจักร เยอรมัน อินเดีย อิตาลี แอฟริกาและจีนได้เตือนถึงเรื่องนี้และให้กยุดดำเนินการซะ

เมื่อปีที่แล้วอัยการในประเทศจีนได้รับคดีเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่มากกว่า 100 คดี ในขณะที่เจ้าหน้าที่อินเดียจับกุมนักโปรโมท OneCoin ในปี 2017

ล่าสุดอัยการสหรัฐฯประจำเขตทางใต้ของนิวยอร์ก (SDNY) ได้ฟ้องร้องเจ้าของนาง Ruja Ignatova และนาย Konstantin Ignatov ในข้อหาการฉ้อโกง หลักทรัพย์และการฟอกเงิน

นาย Konstantin Ignatov และพี่สาวของเขา Ruja Ignatova ถูกจับกุมในวันที่ 6 มีนาคม 2019 ในเมืองลอส แองเจเลส โดยทั้งคู่ได้ถูกตั้งขอหา “ฉ้อโกงด้วยการโอนเงินข้ามประเทศ, ฉ้อโกงหลักทรัพย์, และการฟอกเงิน”

ในไทยก็ได้มีการเตือนถึง OneCoin เช่นกันโดยอ้างอิงจาก Facebook หลักของทางหน่วยงาน ก.ล.ต. นั้น ได้มีการออกมาเตือนให้ประชาชนระมัดระวังกับ OneCoin โดยกล่าวว่า

“สำนักงานอัยการสหรัฐฯ ในแมนฮัตตัน ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2562 ว่าได้สั่งฟ้องและจับกุมตัวผู้ก่อตั้งบริษัท OneCoin แล้วในฐานะตัวการหลักในการหลอกให้คนลงทุนในเหรียญที่เรียกว่า OneCoin ในลักษณะ pyramid scheme (คล้ายแชร์ลูกโซ่)

ทั้งนี้ ในช่วงก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. ได้ออกข่าวเตือนประชาชนใช้ความระมัดระวัง หากถูกชักชวนให้ลงทุนในโทเคนดิจิทัลหรือไอซีโอราย OneCoin เนื่องจากไม่ได้ผ่านการพิจารณาของ ก.ล.ต

ก.ล.ต. จึงขอย้ำให้ผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังและอย่าหลงเชื่อ เมื่อถูกชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงเกินจริง

หากผู้ลงทุนมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัยกรณีสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆโปรดแจ้ง SEC Help Center ของ ก.ล.ต. ทางเว็บไซต์ หรือสายด่วน โทร. 1207”

ขอบคุณแหล่งที่มา siamblockchain.com

นายJustin

นาย Justin ใจดี จะฝาก Bitcoin จำนวน 7,000 BTC

นายJustin ใจดี จะฝาก Bitcoin จำนวน 7,000 BTC

นายJustin เข้า Binance หลังจากที่เว็บถูกแฮ็ก และสูญเสียกว่า 40 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้เว็บ Binance ถูกแฮ็กและโดนขโมย Bitcoin กว่า 7,000 BTC หรือจำนวน 40 ล้านดอลลาร์ แต่นาย Justin Sun หรือ CEO ของ TRX ได้ออมากล่าวในเรื่องนี้

เพื่อสนับสนุน Binance ผมจะฝากเงินมูลค่า 7,000 BTC โดยจาก USDT ลงใน Binance เพื่อซื้อเหรียญ BNB, BTC, TRX และ BTT ถ้านาย CZ เห็นด้วยก็ไม่จำเป็นต้อง FUD! FUNDs are #SAFU”

นาย Justin คือคนแรกที่ตอบรับ
นาย Justin เป็นคนแรกที่ยอมเข้ามาช่วยเหลือโดยการนำ Bitcoin จำนวน 7,000 BTC หรือมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์เข้าสู่เว็บ Binance มันเป็นอะไรที่คอยช่วยเลือในระบบนิเวศเงินดิจิทัลนี้เป็นอย่างมาก

ราคา Bitcoin ไม่ได้ร่วง

นายJustin

ราคา Bitcoin ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมากและไม่ได้ตกลงสักเท่าไรหลังจากที่นาย CZ ประกาศว่าโดนแฮ็ก ปัจจุบันราคา Bitcoin อยู่ที่ 5,856 ดอลลาร์ ซึ่งตกลงไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์

เห็นได้ชัดว่าการที่ Binance มีกองทุน SAFU ที่คอยหนุนหลังเมื่อเกิดเหตุการณ์แฮ็กนั้น ทำให้นักลงทุนไม่ต้องสูญเสียเงินเลยแม้แต่น้อย นาย CZ ได้เตรียมการเรื่องนี้เอาไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังบอกได้ว่ามันอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงว่าเราควรมีเว็บเทรดแบบ Decentralizec ได้แล้ว และตัวผู้ใช้งานควรถือ Private Keys ของตัวเองได้แล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://siamblockchain.com