แล้วก็มันก็เป็นเรื่องดี

นาย John McAfee กล่าว เหรียญ Privacy Coin นั้นกำลังถูกใช้โดยอาชญากร แล้วก็มันก็เป็นเรื่องดี

แล้วก็มันก็เป็นเรื่องดี

ในมุมมองของหน่วยงานต่างๆแล้ว การที่พวกเขาไม่อาจจะตรวจดูข้อมูลอะไรได้ พวกเขาก็ย่อจะตีความหมายว่าสิ่งนั้นมีการเสี่ยงสูง แต่ว่าความจริงแล้ว ใช่ว่าทุกๆคนจะต้องการให้ข้อมูลทั้งหมดทั้งปวงกับหน่วยงานเหล่านั้น มันเลยมีเทคโนโลยีอย่าง Privacy Coins เกิดขึ้นมา ซึ่งสามารถทำธุรกรรมแบบลับๆได้

นาย John McAfee เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการและบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการคริปโต ซึ่งล่าสุด เขาได้กล่าวถึงการใช้งานของเหรียญ Privacy Coin หรือเหรียญคริปโตที่เน้นความเป็นส่วนตัว โดยนาย McAfee เชื่อว่า การที่อาชญากรใช้งานมันนั้นเป็นเพราะว่าเทคโนโลยีอันนั้นได้ผล และมีคุณค่าจริง ๆ พิสูจน์ได้จากการที่ผู้มีอำนาจต่าง ๆ ไม่สามารถตามตัวได้

Privacy Coins กำลังถูกใช้งานโดยผู้ทำผิดกฎหมาย
ถึงแม้ในตอนแรก นาย McAfee จะเป็นผู้สนับสนุนหลักของ Bitcoin ในระดับที่ประกาศว่าจะกินน้องชายของเขาโชว์ออกโทรทัศน์เลลย ถ้า Bitcoin ไม่ไปแตะราคา 1,000,000 ดอลลาร์ ภายในปี 2020 แต่ล่าสุด เขากลับเปลี่ยนคำพูดของเขา กลายเป็นโจมตี Bitcoin ว่าเป็นเหรียญขยะหรือเหรียญ Shitcoin ที่แท้จริง และกล่าวด้วยว่า อนาคตของวงการคริปโตนั้นจะเกิดจากเหรียญ Altcoins อื่น ๆ แน่นอน

ล่าสุด เขาได้ทำการทวีตอีกครั้งที่แสดงความเห็นว่า การที่ผู้ทำผิดกฎหมายใช้เหรียญ Privacy Coins นั้นนับว่าเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากคนเหล่านั้นมองเห็นว่า เทคโนโลยีนั้นสามารถใช้งานได้จริง และก็ได้ยกตัวอย่างนวัตกรรมอื่น ๆ ว่า ล้วนถูกใช้โดยอาชญากรทั้งนั้น

“ตอนนี้ อาชญากรกำลังใช้งานเหรียญ Privacy Coins อยู่ นั่นมันเยี่ยมไปเลย พวกเขาเป็นพวกแรกเสมอที่มักจะใช้งานเทคโนโลยีที่ทำประโยชน์ได้ เช่น รถยนต์ที่ใช้ในการหลบหนีในปี 1930 และโทรศัพท์ในการประสานงานก่อการร้าย”

“ผู้มีอำนาจมักจะตามหลังพวกนี้เสมอ และในตอนนี้ พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เทคโนโลยี Privacy Coins นั้นใช้งานได้จริง ขอบคุณพระเจ้า!”

แล้วก็มันก็เป็นเรื่องดี

ในมุมมองของนาย McAfee เขาได้มองว่า หน่วยงานเหล่านั้นไม่สามารถตามเทคโนโลยีของ Privacy Coins ได้ทันนั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ เขาก็เคยเปรียบเทียบ Bitcoin ว่าเป็น Ford Model T ที่มีชื่อเสียง แต่ก็เห็นว่ามันเป็น ‘เทคโนโลยีอันเก่าแก่’ เท่านั้น

บางคนอาจจะตีความว่า Cryptocurrency ทั้งหมดนั้นมีความเป็นส่วนตัวแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ความเป็นจริงแล้ว มันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป มันก็เป็นไปได้ที่ Address ของ Bitcoin นั้นจะมีความเชื่อมโยงกับบุคคลหนึ่ง ถ้าหากเขาทำการใช้งานเว็บเทรดคริปโตที่ต้องมีการยืนยันตัวตน

สำหรับ Privacy Coins แล้ว มันจะซ่อนข้อมูลทั้งหมดเลยทั้งฝั่งของผู้รับและผู้ส่ง เมื่อทำการธุรกรรมเสร็จ มันจะไม่หลงเหลือร่องรอยข้อมูลอะไรไว้ให้ติดตามต่อได้เลย

โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนมักจะใช้งานมันในการเก็บรักษาตัวตนของพวกเขาไว้จากหน่วยงานกลางหรือรัฐบาล จึงส่งผลทำให้รัฐบาลในหลาย ๆ ประเทศอย่างเช่นญี่ปุ่นออกมาประกาศแบนห้ามใช้งานเหรียญ privacy coin เหล่านี้

ส่วนเหรียญ privacy coin อีกเหรียญที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนั้นก็คือ Zcoin ซึ่งเป็นเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยคนไทย นายปรมินทร์ อินโสม ซึ่งในขณะนี้เหรียญดังกล่าวนั้นมีมูลค่าตลาดรวมที่สูงถึง 1.97 พันล้านบาทแล้ว

แล้วก็มันก็เป็นเรื่องดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *