เกาหลีเหนือมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่มากขึ้น

เกาหลีเหนือมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่มากขึ้น 300 เปอร์เซ็นต์คาดมาจากการโจรกรรมคริปโต

เกาหลีเหนือมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่มากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนว่าทางการเกาหลีเหนือจะมีการขยายตัวทางด้านของการใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นอย่างมาก ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าส่วนใหญ่น่าจะมาจากเพื่อก่ออาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี่เป็นหลัก

โดยทางด้านของสื่อในอเมริกาได้มีการรับรายงานเข้ามาว่าประเทศเกาหลีเหนือมีอัตราการใช้งานอินเตอร์เน็ทเพิ่มขึ้นปริมาณกว่า 300 เปอร์เซ็นต์ อ้างอิงจาก New York Times โดยรายงานเผยว่าการเพิ่มขึ้นของการใช้อินเทอร์เน็ตถูกใช้ไปในทิศทางที่เป็นด้านมืด หรือการกระทำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักและยังเป็นในเชิงรุกมากขึ้นแบบดุดัน โดยการก่อการร้าย หรือไซเบอร์อาชญากรรมในประเทศเกาหลีเหนือมีเพิ่มขึ้นมากจากปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้แล้วตามรายงานล่าสุดยังไม่มีเหตุผลอื่น ๆ ประกอบนอกจากความจริงที่ว่าการใช้ไซเบอร์อาชญากรรมก็เพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรของประเทศอเมริกา แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น และไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับระบบการปกครอง แต่การเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมดังกล่าวก็สร้างความตกตะลึงให้กับบรรดานักวิเคราะห์การเมืองได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

เกาหลีเหนือใช้ Monero (XMR) สำหรับ อาชญากรรมไซเบอร์
หนึ่งในช่องทางหลักสำหรับวิธีการที่เกาหลีเหนือขโมยเงินดิจิทัลผ่านตลาดคริปโตเคอเรนซี่มีหลากหลายช่องทางแต่ที่นิยมที่สุดก็คือ Monero ได้กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในระบอบการปกครองเนื่องจากมันไม่เปิดเผยทั้งผู้รับและส่งคริปโตเคอเรนซี่ทำให้ง่ายต่อการขนย้าย และไร้การตรวจสอบ

รายงานระบุอย่างชัดเจนว่ารัฐของเกาหลีเหนือได้เพิ่มความสามารถในการขุด cryptocurrency เช่นกันและแน่นอนว่าเหรียญที่พวกเขาต้องการจากการขุดส่วนใหญ่ก็คือ Monero ที่ทำให้ภาครัฐสามารถขุดและส่งธุรกรรมได้อย่างสะดวกสบายไร้การตรวจจับใด ๆ

แต่เนื่องจากว่าประเทศเกาหลีเหนือค่อนข้างจะปกปิดข้อมูลไว้มากมาบดังนั้นมันจึงเป็นการยากมาก ๆ ที่จะประเมินได้ว่าพวกเขาสร้างผลกระทบอะไรไว้บ้างในโลกของเราและคริปโตเคอเรนซี่จากการก่อการร้ายไซเบอรื ทั้งการ Hack Exchage ที่ถูกเชื่อมโยงไปยังเกาหลีเหนือ หรือแม้แต่เหยือในประเทศเกาหลีใต้พวกเขาเองก็อาจจะมีส่วนร่วมเช่นกัน

ในเดือนกันยายนมีรายงานเกี่ยวกับรายงาน UN ที่รั่วไหลซึ่งแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือได้มีการแอบขโมยเงินดิจิตอลหรือ cryptocurrency มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์เข้าประเทศตัวเองนับตั้งแต่ปี 2015

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *