ถูกชุมชนต่อว่าอย่างหนัก

เจ้าพ่อ Bitcoin Cash เผยเฉยเมยเชื้อไวรัส COVID-19 ถูกชุมชนต่อว่าอย่างหนัก

เจ้าพ่อ Bitcoin Cash ถูกชุมชนต่อว่าอย่างหนัก

ผู้ผลักดันและสนับสนุนหลักของ Bitcoin Cash และก็เป็นผู้ประกอบกิจการคริปโตเคอเรนซี่ที่เรารู้จักกันดีนาย Roger Ver ดูเหมือนจะรู้สึกว่าปฏิกิริยาของผู้คนบนโลกที่กำลังตระหนกตกใจกับสถานะการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นั้นฟังดูไม่สมเหตุสมผล ถูกชุมชนต่อว่าอย่างหนัก

โดยเมื่อเร็วๆนี้เขาได้โพสต์ภาพสถิติเปรียบเทียบตัวเลขคนเสียชีวิตจากเชื้อไวรัส COVID-19 ทั้งโลกกับคนป่วยโรคอื่นๆรวมทั้งไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลแล้วก็ไข้มาลาเรีย ซึ่งพบว่าจำนวนผู้ตายจากการเชื้อไวรัสโคโรน่าในตอนระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 25 มีนาคม 2020 นั้นน้อยกว่าผู้เสียชีวิตจากโรคอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด

ถูกชุมชนต่อว่าอย่างหนัก

นอกจากนี้นาย Roger Ver ยังกล่าวด้วยว่า “หากคุณกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรน่า คุณก็ควรจะแยกตัวออกมาและอยู่คนเดียว”

อย่างไรตามเขาไม่ได้เปิดเผยแหล่งที่มาของสถิติ ซึ่งดูเหมือนจะบ่งชี้ว่าผู้เสียชีวิตจากรถยนต์บนท้องถนน (จำนวน 313,903 ราย ), ไข้มาลาเรีย (จำนวน 228,095 ราย) และการฆ่าตัวตาย (จำนวน 249,904 ราย) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัส COVID-19 (จำนวน 21,297 ราย) นอกจากนี้ในวันที่ 25 มีนาคม ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (จำนวน 113,034 ราย) ก็ยังสูงเกินกว่าเชื้อไวรัสโคโรน่าถึง 5 เท่าอีกด้วย

HIV หรือ เอดส์เป็นโรคที่ร้ายแรงที่สุดจากภาพของนาย Roger Ver โดยมีผู้เสียชีวิตถึง 390,908 คนในช่วงเวลาเดียวกัน

ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัส COVID-19 จะอยู่ที่ 34,000 ราย บางประเทศยังคงติดตามแนวโน้มนี้อยู่ โดยมีจำนวนหนึ่งในสามของประเทศทั่วโลกได้ทำการ Lock down หรือปิดประเทศ เนื่องจากรัฐบาลพยายามที่จะระงับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าและแบ่งเบาภาระของระบบสาธารณสุข

อย่างไรก็ตามนาย Ver นั้นไม่อธิบายใด ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตราการแยกตัวออกจากสังคม ของเขา ซึ่งบางคนอ้างว่าคำพูดของนาย Ver นั้นอาจเป็นการลดเสรีภาพของพลเมืองหรือเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจ

ข้อควรระวังเกี่ยวกับข้อมูล
ความชัดเจนของข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในการติดตามการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้นยังคงเป็นปัญหาใหญ่ โดยนักวิเคราะห์ได้พยายามเน้นย้ำให้ทุกคนมองถึงความสำคัญในข้อนี้ เนื่องจากการทดสอบที่ไม่เพียงพอหรือการไม่เข้ารับรักษาผู้ป่วยรายแรก ๆ ในสถานบริการสาธารณสุขอาจทำให้ข้อมูลสถิติเหล่านี้เกิดความผิดพลาด

รายงานทั่วโลกต่างยืนยันแล้วว่าผู้ที่ได้ติดเชื้อจำนวนมากมีแนวโน้มที่จะไม่ได้รับการวินิจฉัยในช่วงเวลาที่เสียชีวิตหรือรัฐบาลเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิต เนื่องจากเหตุผลทางการเมือง ดังนั้นแล้วยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตทั่วโลกจริง ๆ อาจมีมากกว่าที่รายงานอยู่ในปัจจุบันก็เป็นได้…

ชี้แจงถึงต้นเหตุที่ราคาของ

Changpeng Zhao ของ Binance ชี้แจงถึงต้นเหตุที่ราคาของ Bitcoin อาจพุ่งแตะถึง 100,000 ดอลลาร์ได้อย่างไม่ยากเย็น

ชี้แจงถึงต้นเหตุที่ราคาของ Bitcoin

นาย Changpeng Zhao หรือ CEO ของเว็บไซต์ผู้ให้บริการซื้อขายเหรียญคริปโตอันดับต้นๆของโลก Binance มีความคิดว่าราคาตลาดรวมของ Bitcoin นั้นบางทีอาจพุ่งแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์ได้อย่างกับปลอกกล้วยเข้าปาก เมื่อรัฐบาลทั่วทั้งโลกนั้นกำลังเริ่มพิมพ์เงินออกมาอย่างไม่พักผ่อนในช่วงเวลานี้ ซึ่งถ้าหากมันเกิดขึ้นจริงนั้น มันบางทีอาจส่งผลทำให้ราคาของ Bitcoin พุ่งแตะ 100,000 ดอลลาร์ได้อย่างรุนแรง

เมื่อเม็ดเงินนับล้านล้านกลายมาเป็นเรื่องธรรมดา
นาย CZ นั้นได้ชี้ให้เห็นถึงการที่นักลงทุนจำนวนน้อยนั้นจะต้องใช้เม็ดเงินเป็นจำนวนมากในการที่จะผลักดันตลาดให้พุ่งแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์ได้

ซึ่งหากลองมาดูดี ๆ แล้วจะพบว่าตัวเลขดังกล่าวนั้นดูโอเวอร์มากจนเกินไป เนื่องจากว่าล่าสุดนั้นทาง Fed เพิ่งจะออกมาประกาศพิมพ์เงินเพิ่มเพื่อเยียวยาเศรษฐกิจเป็นจำนวนมูลค่าถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นก้อนที่ใหญ่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่ง CTO ของบริษัท Casa นาย Jameson Lopp นั้นชี้ว่าจำนวนดังกล่าวนั้นมีมูลค่าเทียบเท่ากับตลาด Bitcoin ทั้งหมด 50 ตลาดรวมกันเลยทีเดียว

ชี้แจงถึงต้นเหตุที่ราคาของ

ซึ่งแพคเกจเยียวยาเศรษฐกิจของ Fed นั้นรวมไปถึงเม็ดเงินจำนวน 4 ล้านล้านดอลลาร์ รวมถึงการขยายเวลากระตุ้นเพิ่มเติมที่ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อวันจนกระทั่งถึงตอนสิ้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้อีกด้วย

นาย CZ มองตลาดเป็นด้านบวกตลอด
ก่อนหน้านี้นาย CZ นั้นมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากชุมชนคริปโตค่อนข้างบ่อย เนื่องจากการทำนายราคา Bitcoin ของเขาที่บางครั้งแทบจะไม่มีความแม่นยำเลย โดยล่าสุดนั้นเขาเคยออกมากล่าวว่าราคาของ Bitcoin นั้นจะไม่อยู่ที่ระดับราคา 9,000 ดอลลาร์นี้นาน เพราะมันจะพุ่งไปสูงกว่านี้ อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาทวีตนั้น ในอีก 6 วันให้หลังราคาก็ร่วงทะลุ 4,000 ดอลลาร์อย่างรุนแรงทันที

ที่น่าสนใจคือ ตัวเขานั้นเป็นผู้ก่อตั้งเว็บเทรด Bitcoin อันดับต้น ๆ ของโลกที่มีผู้ใช้บริการหลายหมื่นคน ดังนั้นหากเขาออกมากล่าวว่าราคาของ bitcoin มีแนวโน้มเป็นลบ นั่นคงจะไม่ดีต่อธุรกิจของเขาแน่

ดังนั้นการออกมากล่าวว่าตลาดของ Bitcoin จะพุ่งแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์ของเขานั้นควรที่จะได้รับการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนจากนักลงทุน ก่อนที่จะทำการลงทุนในทุก ๆ ครั้ง

ชี้แจงถึงต้นเหตุที่ราคาของ Bitcoin…

มิจฉาชีพไวรัสเรียกค่าไถ่ใจดี 

ขณะนี้ มิจฉาชีพไวรัสเรียกค่าไถ่ใจดี หยุดจู่โจมโรงพยาบาลเพราะว่า COVID-19 กำลังระบาด

มิจฉาชีพไวรัสเรียกค่าไถ่ใจดี

ในเวลานี้บรรดามิจฉาชีพหลบหลีกที่จะจู่โจมโรงพยาบาลเพื่อเรียกค่าไถ่ท่ามกลางเหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 อ้างอิงข้อมูลที่ได้รับมาจาก BleepingComputer

จากข้อมูลเผยว่ามิจฉาชีพทั้ง Ransomware และ Maze Ransomware หลีกเลี่ยงไม่ตั้งเป้าหมายไปที่องค์กรทางการแพทย์ในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ตามพวกมิจฉาชีพเรียกค่าไถ่เหล่านี้มันก็ยังคงเป็นปัญหาและดูเหมือนมันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวมันจะใช้ประโยชน์จากคริปโตเคอร์เรนซีในการก่อเหตุเพื่อเรียกค่าไถ่ให้เหยื่อจ่ายเงินเป็นคริปโตเพราะจะได้ไม่ถูกตรวจจับเจอ เรียกได้ว่ามันเป็นด้านมืดของคริปโตเคอร์เรนซีและบรรดาธุรกรรมที่ทำโดยผิดกฎหมายเหล่านั้นก็ไม่สามารถถูกบล็อกได้

โดยปกติแล้วโรงพยาบาลจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของเหล่ามิจฉาชีพเหล่านี้เพราะว่าโรงพยาบาลจะต้องเปิดตลอดเวลาและให้บริการตลอดหากเทียบกับสถานที่อื่นๆ มันจึงเป็นสาเหตุที่โรงพยาบาลมักจะตกเป็นกลุ่มเป้าหมายอยู่บ่อยๆ

ด้านรายงานของ BleepingComputer ก็ยังเผยอีกว่าบริษัทด้านความปลอดภัยก็เสนอให้บริการ anti-ransomware ให้กับองค์กรอนามัยต่างๆ ด้วย…

แบงค์กลางรัสเซีย

แบงค์กลางรัสเซีย ออกมาเห็นด้วยว่าไม่สามารถที่จะแบน Bitcoin ได้จริงๆ

แบงค์กลางรัสเซีย

เหตุการณ์ของตลาดคริปโตในประเทศรัสเซียตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นค่อนข้างจะที่จะมีความสลับซับซ้อนเพราะสกุลเงินคริปโตนั้นยังไม่ได้รับการยินยอมรับในทางกฎหมายของประเทศรัสเซียซึ่งบางทีอาจพูดได้ว่าการดำเนินการที่เกี่ยวเนื่องนั้นยอาจเข้าเกณฑ์การดำเนินการที่ผิดกฎหมายบางอย่างได้นั่นเอง

ดังนี้ทางฝั่งรัฐบาลและก็ทางธนาคารกลางของประเทศนั้นได้มีการแสดงจุดยนที่แน่ชัดสำหรับในการต้านทานการใช้แรงงานสกุลเงินคริปโตโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bitcoin ในภาคประชาชน ซึ่งก่อนหน้าที่ผ่านมาได้มีมาตรการณ์ดังเช่นการหยุดการใช้งานบัญชีธนาคารของประชากรซึ่งเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินคริปโตต่างๆฯลฯ

อย่างไรก็ดีทางฝั่งรัฐบาลนั้นแม้ว่าจะแสดงท่าทีต้าน แต่ว่าในการทำงานของรัฐบาลเองนั้นดูราวกับว่าจะได้มีการใช้ประโยชน์จากสกุลเงินคริปโตอย่างเปิดเผย อาทิเช่นแผนการการสนับสนุนให้มีการเปิดศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโตในเขตพื้นที่รอยต่อระหว่างประเทศรัสเซียรวมทั้งจีนอีกด้วย ทั้งยังได้มีข่าวเปิดเผยออกมาอีกด้วยว่าหนึ่งในโรงงานการขุดเหรียญขนาดใหญ่นั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของหนึ่งในผู้มีอิทธิพลที่ใกล้ชิดกับทางรัฐบาลปูตินอีกด้วย

แต่ความนิยมจากฝั่งประชาชนนั้นยังคงมีอยู่อย่างล้นหลาม เนื่องมาจากยังคงมีช่องทางหลายรูปแบบที่ประชาชนสามารถที่จะเลือกใช้ได้ ซึ่งล่าสุดนั้นทางรัฐบาลยังได้ออกมาเห็นด้วยว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะกำดับดูแลสกุลเงินคริปโตได้อย่างเด็ดขาด โดยนาย Alexei Guznov หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของธนาคารกลางนั้นได้ออกมาเปิดเผยว่าแม้ว่าเหรียญอย่าง Bitcoin นั้นจะไม่ใช่เงินตราโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้กระนั้นพวกเขานั้นก็เห็นด้วยว่าไม่สามารถที่จะดำเนินการแบนการใช้งานเหรียญดังกล่าวอย่างเด็ดขาดภายในประเทศได้

ดังนั้นแล้วการยอมรับดังกล่าวจึงทำให้ประชาชนชาวรัสเซียรวมถึงนักลงทุนในตลาดได้สบายใจมากเพิ่มขึ้นว่าสกุลเงินคริปโตอย่าง Bitcoin นั้นอย่างน้อยก็จะไม่ถูกจำกัดการเข้าถึงอย่างเด็ดขาดภายในตลาดของประเทศรัสเซียไปอีกหนึ่งประเทศนั่นเอง…

ยังตกหนักหาก้นเหวไม่พบ

ราคา Bitcoin ยังตกหนักหาก้นเหวไม่พบ ทะลุ 4,610 ดอลลาร์ หล่นกว่า 40% ในวันเดียว

ยังตกหนักหาก้นเหวไม่พบ

ตลาดทั่วทั้งโลกกำลังลุกเป็นไฟอยู่ในช่วงเวลานี้ แล้วก็โน่นรวมถึงตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลที่คนจำนวนไม่น้อยต่างก็มั่นใจว่ามันจะมาเป็นสินทรัพย์ไม่เป็นอันตรายยามโลกเกิดวิกฤตด้วยด้วยเหมือนกัน แล้วก็ซึ่งก็คือ Bitcoin

ดูเหมือนการร่วงของราคาเหรียญ BTC นั้นจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนเมื่อวานนี้ โดยราคานั้นได้เริ่มตกลงมาตั้งแต่ระดับ 7,900 ดอลลาร์ตอนเวลาเช้า แล้วก็ลงมาแตะต้อง 5,600 ดอลลาร์โดยประมาณช่วงเย็น แม้กระนั้นดูราวกับว่าโน่นจะยังไม่ใช่ก้นเหวของ Bitcoin ซึ่งการตกดังกล่าวนั้นดูราวกับว่าจะมากยิ่งกว่า 40% ใน 1 วันเลยทีเดียว

ยังตกหนักหาก้นเหวไม่พบ

กราฟราคาจาก Bitfinex บน TradingView ยังเผยให้เห็นอีกว่าราคาของ Bitcoin นั้นยังคงทำจุดต่ำสุดของปี 2020 อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อเช้าของวันนี้ มันยังได้ร่วงลงมาแตะ 4,607 ดอลลาร์อีกด้วย สร้างความกลัวให้กับนักลงทุนทั่วโลก และตั้งคำถามว่านี่คือจุดจบของ Bitcoin แล้วหรือไม่

มีการโพสต์ภาพเปรียบเทียบกราฟราคาของช่วงก่อนการ Halving ในช่วงปี 2013 และของตอนนี้บนเว็บไซต์ Reddit โดยเผยให้เห็นว่ากราฟราคาในช่วงนั้นกับตอนนี้ดูมีลักษณะที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน และเป็นการชี้ให้เห็นว่าราคานั้นอาจมีการปรับตัวขึ้นหลังเกิด Halving อีกด้วย

ยังตกหนักหาก้นเหวไม่พบ

ท่ามกลางความรู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจรวมทั้งความหวาดกลัวนั้น ได้มีการออกมาคาดหมายกันถึงต้นเหตุที่ราคาของ Bitcoin หล่นลงอย่างหนัก โดยเมื่อวานนี้ทางประเทศไทยบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าปัจจัยที่ตลาดคริปโตรวมทั้งตลาดทั่วทั้งโลกตกอย่างหนักจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสีแดงในตอนวันสองวันที่ผ่านมานี้อาจมาจากการแพร่ไปอย่างเร็วของเชื้อไวรัส Co-vid19 อย่างเร็วทั้งโลก รวมทั้งการทำศึกน้ำมันระหว่างรัสเซียรวมทั้งซาอุอีกด้วย

เมื่อแนวรับที่ 5,300 ดอลลาร์กับ 5,100 ดอลลาร์ไม่อาจจะรับราคา Bitcoin ไว้ได้อีกต่อไป ดูเหมือนเรายังจะต้องรอดูแนวรับของราคาเมื่อปี 2018 ที่ 3,100 ดอลลาร์ และก็ของปี 2017 ที่ 2,100 ดอลลาร์ บางทีอาจฟังมองเจ็บปวดรวดร้าวสำหรับคนอีกจำนวนไม่น้อย แต่ว่าสำหรับบางบุคคลอาจมองมันเป็นโอกาสสำหรับในการเข้าซื้อของถูก…

เวลาที่ราคายังคงต่ำยิ่งกว่า

Halving ของ Bitcoin ใกล้เข้ามาแล้วในอีก 2 เดือน เวลาที่ราคายังคงต่ำยิ่งกว่า $8,000

เวลาที่ราคายังคงต่ำยิ่งกว่า $8,000

ภายหลังที่ราคาของ Bitcoin ได้พุ่งทะลุจุดสุดยอดในตอนปี 2017 แล้วนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงราคาอยู่โดยเฉลี่ยในกรอบ 8,000 ดอลลาร์ตลอดมาขณะนี้ โดยเหตุการณ์สำคัญของแวดวงคริปโตอย่างการ Halving ของเหรียญ Bitcoin นั้นก็ได้เป็นความหวังของผู้คนในแวดวงว่าจะเข้ามามีผลกระทบกับราคาให้ตลาดกลับสู่ขาขึ้นได้โดยในเนื้อหานี้จะเป็นการสรุปความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับตลาดคริปโตในแต่ละประเด็นนั่นเอง

ความเคลื่อนไหวในตลาดการเงินทั่วทั้งโลก
การแพร่ระบาดของเชื่อเชื้อไวรัสโคโรนานั้นได้มีอิทธิกับตลาดการเงินของโลกเป็นอย่างมาก ซึ่งตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งก็ได้เผชิญปัญหาการปรับตัวต่ำลงของมูลค่าทรัพย์สินในตลาดเป็นอย่างมากจากความกังวลใจที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของตลาดน้ำมันกว่า 20% นำมาซึ่งการทำให้ตลาดหลักทรัพย์นั้นหล่นลงไปกว่า 10% ในระยะเวลาเพียงแค่วันเดียวอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลอย่างดึที่ทำให้เหล่านักลงทุนจากทั่งโลกหันไปหาทางเลือกการลงทุนอื่นๆซึ่งมีความมั่นคงและความเข้มแข็งต่อสถานการณ์ต่างๆมากกว่าอย่างเช่นทองคำและสินทรัพย์คริปโตนั่นเอง โดยทองคำนั้นได้มีประวัติการเป็นตัวเลือกในวิกฤติเศรษฐกิจต่างๆมาก่อนแล้ว อีกทั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้สินทรัพย์ดังกล่าวยังได้มีมูลค่าแตะจุดสูงสุดในรอบเจ็ดปีอีกด้วย

ดังนั้นแล้วเมื่อมองกลับมาที่สินทรัพย์ซึ่งมีรูปแบบคล้ายคลึงกับทองคำอย่าง Bitcoin ที่จะมีการปรับลดอัตราการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ในระบบหลังจากการ Halving ที่จะมาถึงในอีกสองเดืนอนนี้อาจพิจารณาได้ว่าจะได้รับความสนใจจากเหล่านักลงทุนในลักษณะเดียวกัน โดยระดับราคาหลังการ Halving นั้นได้มีการคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ 13,200 ดอลลาร์ไปจนถึง 20,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว

ความสนใจต่อการ Halving ของผู้คนในสหรัฐอเมริกา
ล่าสุดนั้นผลการค้นหาถึงคำค้นที่เกี่ยวกับการ Halving ของ Bitcoin บนแพลตฟอร์มการค้นหาอย่าง Google สำหรับประเทศสหรัฐฯ โดยตั้งแต่ในช่วงปลายปีก่อนนั้นระดับดังกล่าวได้พุ่งขึ้นอย่างมากแต่กลับลดระดับลงมาอย่างรวดเร็วในช่วงไม่นานที่ผ่านมานี้ ซึ่งโดยปกติแล้วระดับดังกล่าวได้เป็นสัญญาณถึงความสนใจของผู้คนต่อเหตุการณ์สำคัญต่างๆ

โดยเมื่อคำค้นหาเกี่ยวกับการ Halving ได้ลดลงอย่างมากก่อนเหตุการณ์ดังกล่าวเกือบสองเดือนนั้นอาจตีความได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นอาจไม่ได้รับความสนใจมากอย่างที่คิดก็เป็นได้

การเปลี่ยนแปลงราคาและการวิเคราะห์ทางเทคนิค
เหรียญ Bitcoin ในช่วงวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมานั้นได้มีอัตราการซื้อขายอยู่ในช่วงราคาระหว่าง 8,150 ดอลลาร์และ 7,730 ดอลลาร์ ซึ่งการลดลงของระดับราคาดังกล่าวนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอย่าง S&P 500 และ DOW ซึ่งต่างก็ได้รับผลกระทบจากข่าวการเพิ่มขึ้นของอัตราการแพร่ระบาของเชื้อไวรัสโคโรนาในภูมิภาคยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกา

การเปลี่ยนแปลงในช่วงขาลงของทั้งสองตลาดนี้มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันคือเป็นการเปิดตลาดในช่วงราคาที่สูงแต่กลับปิดตลาดด้วยราคาที่ต่ำลงอย่างมาก โดยแม้ว่าทางฝั่งตลาดหุ้นอย่าง DOW นั้นจะมีมูลค่าผลกำไรลดลงกว่า 10.79% นั้น ทางฝั่ง Bitcoin ยังคงมีอัตราผลกำไรตอบแทนเป็นบวกที่อัตรา 9.45% อยู่นั้นเอง

ทว่าอย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของตลาดในตอนนี้ทำให้ผู้คนกำลังตื่นกลัวว่าราคา Bitcoin นั้นอาจมีการปรับตัวร่วงลงไปอีก โดยสามารถสังเกตได้ที่แรงเทขาย ซึ่งนักลงทุนนั้นไม่ควรประมาท…

หากแม้ราคาหล่นลงอย่างหนัก

ทำนาย … นักวิเคราะห์เชื่อราคา Bitcoin ยังคงอยู่ในรอบขาขึ้นสู่ 3 ล้านบาท หากแม้ราคาหล่นลงอย่างหนัก

หากแม้ราคาหล่นลงอย่างหนัก

นักวิเคราะห์ PlanB บอกว่าเขาไม่ได้พึงพอใจกับการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin เมื่อเร็วๆนี้มากแค่ไหนนัก เนื่องจากว่าเขายังคงเชื่อในมุมมองระยะยาวของ Bitcoin ตามแบบอย่างโมเดล Stock to Flow ของเขาที่ได้ทำนายเอาไว้ว่าการเคลื่อนของราคาในรอบต่อไปนั้นจะพุ่งขึ้นไปแตะต้องระดับ $ 100,000 ก่อนธันวาคมของปี 2021

หากแม้ราคาหล่นลงอย่างหนัก

ถึงแม้ว่านักวิเคราะห์ PlanB จะยังคงมั่นใจว่าสถานะการณ์ Halving นั้นจะเปลี่ยนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับราคาของ Bitcoin ถึงกระนั้นนักเทรดที่เป็นที่รู้จักเลื่องลือหรือปลาวาฬ Bitcoin ที่ทุกคนรู้จักกันดีในนาม ‘Joe007’ เขากลับไม่ได้คิดแบบนั้น

หากแม้ราคาหล่นลงอย่างหนัก

นาย Joe007 ซึ่งเป็นบุคคลที่สามารถทำกำไรได้กว่า 20 ล้านดอลลาร์จากเว็ปเทรด Bitfinex นับตั้งแต่เดือนธันวาคมของปี 2019 จนถึงช่วงสิ้นเดือนมกราคม โดยเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมาเขาได้โพสต์ทวีตว่า เขาเชื่อว่า “ตอนนี้ผู้คนเริ่มคาดหวังกับเหตุการณ์ Halving มากจนเกินไปและยืมเงินมาพนันว่าราคาจะพุ่ง โดยใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน แต่ถ้ามันไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ ?? ”

หากแม้ราคาหล่นลงอย่างหนัก

ในขณะที่ชุมชนคริปโตทวีตเตอร์กำลังถกเถียงกันอย่างเมามันส์ในเรื่องเหตุการณ์ Halving ผู้นำด้านคริปโตคนอื่น ๆ ก็ได้ออกมาเสนอความคิดเห็นของพวกเขาด้วยเช่นกัน

โดยนาง Meltem Demirors จาก CoinShares เชื่อว่าจำนวนสถาบัน Bitcoin ที่กำลังเพิ่มขึ้นในปัจจุบันนั้นอาจเป็นผลพ่วงมาจากเหตุการณ์ Halving ที่กำลังจะเกิดขึ้น ในขณะที่รายงานวิจัยใหม่จากบริษัทการวิเคราะห์ คริปโต CoinMetrics ก็ได้เพิ่งสรุปว่าความ hype ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานั้นอาจส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง…

ศาลอีกครั้งเพื่อชิงเก้าอี้

อดีตผู้ร่วมจัดตั้งขึ้น Bitmain ยื่นฟ้อง ศาลอีกครั้งเพื่อชิงเก้าอี้ CEO คืน 

ศาลอีกครั้งเพื่อชิงเก้าอี้

เมื่อช่วงวันที่ 9 มีนาคม 63 มีแถลงการณ์ว่านาย Micree Ketuan Zhan หนึ่งในผู้ร่วมจัดตั้งขึ้นบริษัท Bitmain ยักษ์ใหญ่ผู้พัฒนาเทคโนโลยีการขุดสกุลเงินดิจิตอลเข้ายื่นฟ้อง Bitmain เพื่อเรียกร้องตำแหน่งซีอีโอของตนเองคืนหลังจากที่เขากล่าวถึงว่าเขาถูกขับออกมาจากตำแหน่งโดยที่ตนไม่ยินยอม โดยข้อขัดข้องข้างในบริษัท Bitmain ไม่จบสิ้นมาตั้งแต่ตุลาคม 2019

โดยอ้างอิงจากเอกสารของทางศาลนาย Micree Ketuan Zhan อ้างว่าตนถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งของตนโดยที่ตนไม่ยินยอมในเดือนตุลามคม 2019 ในตอนนั้นนาย Jihan Wu หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนประกาศทางอีเมลล์ทั้งๆ ที่นาย Micree Ketuan Zhan ยังเป็นตัวแทนทางกฎหมายของ Bitmain ว่า:

“นาย Jihan Wu ผู้ร่วมก่อตั้ง ผู้แทนทางกฎหมายและคณะกรรมการบริหารของ Bitmain ได้ตัดสินใจว่าจะยกเลิกบทบาทของนาย Ketuan Zhan ทั้งหมด คำสั่งนี้เป็นผลทันที”

กรณีดังกล่าวทำให้นาย Micree Ketuan Zhan ยื่นฟ้องบริษัทย่อยของ Bitmain ที่มีชื่อว่า Fujian Zhanhua Intelligence Technologies และ Beijing Bitmain Technologies นอกจากนั้นสถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีกเมื่อมีรายงานว่านาย Jihan Wu ขู่พนักงานว่าห้ามเข้าร่วมการประชุมที่จัดขึ้นโดยนาย Micree Ketuan Zhan ไม่งั้นจะโดนไล่ออก

นาย Ketuan Zhan มีตำแหน่งเป็นทางการกับ Bitmain มาอย่างยาวนาน ในปี 2018 ทาง Fujian Zhanhua Intelligence Technologies ยังคงบรรจุของนาย Micree Ketuan Zhan ในเอกสารการทำ IPO ที่ฮ่องกงให้เป็นตัวแทนทางกฎหมายและหนึ่งในสี่ผู้ที่มีส่วนช่วยในการสร้างความสำเร็จทางการเงินของ Bitmain

นอกจากคดีล่าสุดแล้วนาย Micree Ketuan Zhan ยังเคยยื่นฟ้องกลุ่มผู้ถือหุ้นของ Bimain ในเดือนมกราคม 2020 ในขณะที่คดีกับ Fujian Zhanhua Intelligence Technologies ศาลของประเทศจีนนัดฟังพยานในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ล่าสุดยังไม่มีการรายงานความคืบหน้าของคดี

กรณีพิพาทของทั้งสองฝ่ายยังไม่มีท่าทีว่าจะหาข้อไกล่เกลี่ยกันได้ นาย Micree Ketuan Zhan เคยออกมาขู่ว่า:

“ผมจะสู้ด้วยอาวุธทางกฎหมายจนถึงท้ายที่สุด ผมจะไม่ปล่อยให้ผู้ที่วางแผนทำร้าย Bitmain ลอยนวลไปได้ ถ้าใครบางคนต้องการสงครามผมก็จะมอบสงครามให้พวกเขา”

ศาลอีกครั้งเพื่อชิงเก้าอี้…

วิศวกรในประเทศเช็ค

วิศวกรในประเทศเช็ค เปิดตัวเครื่องจ่ายอาหารของแกะด้วย Bitcoin

วิศวกรในประเทศเช็ค

รายงานจาก cryptoglobe เปิดเผยวิศวกรรายหนึ่งได้สร้างระบบป้อนของอาหารให้กับแกะด้วยคริปโตได้แล้วโดยนาย Karel Böhm เป็นวิศวกรชาวเช็กได้จัดสร้างระบบซึ่งสามารถแปลงเงินคริปโตให้เปลี่ยนมาเป็นอาหารของแกะได้โดยผู้ใช้งานจะสามารถที่จะบริจาคเงินปริมาณนิดๆหน่อยๆเป็นคริปโตเคอร์เรนซีได้

กลไกข้างต้นทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะบริจาคเงิน $0.50 – $0.60 เป็นคริปโตเคอร์เรนซีผ่านทาง Twitch “bits” หรือจะโอนเงินเป็นคริปโตเคอร์เรนซีตรงๆเลยก็ได้โดยใช้ QR code ผ่านทางไลฟ์สตรีมซึ่งปัจจุบันนี้แพลตฟอร์มรองรับเหรียญคริปโต 5 เหรียญเป็น bitcoin, ether, bitcoin cash, litecoin และก็ XRP

นอกจากนี้นาย Böhm ก็ยังสร้างระบบที่เหมาะกับ Lightning Network ของ Bitcoin อีกด้วย โดยโปรเจ็คนี้ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อเขาต้องการช่วยภรรยาของเขาดูแลแกะที่รับมาเลี้ยงซึ่งทีแรกโปรเจ็คนี้ถูกดีไซน์ขึ้นมาสำหรับเครือข่าย Internet of Things ของ IOTA ก่อนที่ระบบจะถูกแฮ็กเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจนต้องออฟไลน์ระบบไป ในขณะเดียวกันระบบนี้ก็ได้เอื้อประโยชน์ให้ผู้ใช้งานสามารถสะสมแต้มได้ด้วยเช่นกันเมื่อผู้ใช้งานดูไลฟ์สตรีม

เห็นได้ว่าคริปโตเคอร์เรนซีนั้นเหมาะสำหรับการนำไปใช้สำหรับการจ่ายเงินจำนวนเล็กน้อย อยู่แล้วซึ่งก็ถือเป็นอีกกรณีใช้งานหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นประโยชน์ของมันจริงๆ ผู้ที่ต้องการให้อาหารก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหาเศษเหรียญของตนเองเพื่อหยอดให้อาหารหากใครที่มีคริปโตอยู่ก็สามารถบริจาคเป็นเงินคริปโตได้เลย ถือเป็นการคิดค้นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

นอกจากการนำคริปโตเคอร์เรนซีมาใช้งานสำหรับการจ่ายเงินจำนวนเล็กน้อยเช่นนี้แล้ว เทคโนโลยี Blockchain ก็ถูกนำไปใช้กับบริษัททางด้านการผลิตอากาศยานอย่าง Boeing ซึ่งได้นำรูปแบบของ Smart Contract และการ Tokenization มาใช้งานในภาคธุรกิจของพวกเขาแล้ว โดยล่าสุดนั้นทางบริษัท Boeing ได้มีการเปิดเผยถึงความร่วมมือภายในอุตสาหกรรมในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งาน

ทั้งคริปโตเคอร์เรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชนถูกนำไปใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมันเป็นสัญญาณที่ดีที่จะนำไปสู่ Mass Adoption ในอนาคต…

อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

ราคา Bitcoin ดิ่งแตะที่ 8,800 ดอลลาร์ พาเหรียญ Altcoins อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

เหรียญ Altcoins อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

หากแม้ในตอนช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ราคาของ Bitcoin (BTC) และก็เหรียญ Altcoins อื่นๆจะเบาๆทยอยไต่ขึ้นไปทดสอบแนวต่อต้านอีกรอบ ซึ่งในส่วนของ Bitcoin นั้นมันก็มีมูลค่าที่มากขึ้นมาจาก 8,644 เป็น 9,141 ดอลลาร์ได้สำเร็จ จนกระทั่งทำเอานักลงทุนต่างก็เริ่มใจชื้นบ้างแล้ว

แต่ว่าล่าสุด เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ก็มีการเทขายอย่างมากอีกรอบภายในเวลาสั้นๆจนกระทั่งทำให้ราคาของมันเกือบจะกลับมาจุดเดิมของเมื่อต้นสัปดาห์เลย

อ้างอิงจาก Coinmarketcap ในขณะที่รายงานอยู่นี้ Bitcoin มีมูลค่าอยู่ที่ 8,807 ดอลลาร์ คิดเป็นการลดลงของราคา 3.42 เปอร์เซ็นต์ และปริมาณการเทรดที่ 36,894 ล้านดอลลาร์ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มันมีมูลค่าโดยรวมเหลือที่ 160,823 ล้านดอลลาร์

อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

ตลาด Altcoins ก็สีแดง
นอกจากราคา Bitcoin ที่ดูท่าไม่ค่อยดีแล้ว เหรียญ Altcoins อันดับต้น ๆ ในตลาดต่างก็มีมูลค่าที่ลดลงในทิศทางเดียวกับ Bitcoin เช่นกัน อย่าง Ethereum (ETH) ที่ตอนนี้มีมูลค่าอยู่ที่ 233 ดอลลาร์ คิดเป็นการลดลงของราคา 4.15 เปอร์เซ็นต์ และปริมาณการเทรดที่ 19,482 ล้านดอลลาร์ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มันมีมูลค่าโดยรวมเหลือที่ 25,710 ล้านดอลลาร์ หรือ Ripple ( XRP) เองก็มีมูลเหลือ 0.2330 ดอลลาร์เท่านั้น คิดเป็นการลดลงของราคา 4.47 เปอร์เซ็นต์ และปริมาณการเทรดที่ 2,133 ล้านดอลลาร์ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มันมีมูลค่าโดยรวมเหลือที่ 10,213 ล้านดอลลาร์

อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

เหรียญ Altcoins อันดับต้น ๆ ที่มีมูลค่าลดลงมากที่สุดก็คือ Tezos หรือ XTZ ที่มีมูลค่าลดลงกว่า 8.98 เปอร์เซ็นต์ และรองลงมาเป็น Bitcoin Cash ที่ลดลงมากว่า 7.32 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทย
ในส่วนของตลาดคริปโตประเทศไทยแล้ว ราคา Bitcoin ในเว็บ Bitkub นั้น มีราคาอยู่ที่ 277,200 บาท และ Satang Pro อยู่ที่ 276,501 บาท เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดนอกประเทศ

อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า อะไรกันแน่ที่ลั่นไกทำให้เกิดการเทขายในครั้งนี้ แต่ว่า การเทขายก็ยังไม่ได้ถือว่าหนักมากนัก แนวรับในระดับ 8,500-8,700 ดอลลาร์ ยังสามารถรักษาเอาไว้ได้อยู่ และถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไป ก็จะถือได้ว่าเป็นการปรับฐานอีกครั้ง ที่คงเรียกความมั่นใจนักลงทุนมาได้ไม่น้อย และอาจเป็นทรงที่ดีสำหรับขาขึ้นที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปก็เป็นได้

ในทางกลับกัน หากแนวต้านในระดับนั้นไม่สามารถรั้งไว้ได้อยู่ นักลงทุนก็คงต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทกที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่ดีควรรอบคอบพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ควรมีแผนการเข้าซื้อขาย และแบ่งเงินอย่างเหมาะสมเพื่อกระแส พร้อมลดความเสี่ยงให้ต่ำที่สุด เพราะอย่าลืมเสมอว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาดคริปโตนี้

อื่นๆแดงอีกทั้งตลาด…