ได้ออกมาเผยว่าผู้ที่คาดหวังให้ราคา

Henrik Zeberg คาดราคา Bitcoin จะร่วงแตะ 1,760 ดอลลาร์ ไปสู่ขาขึ้นครั้งใหม่

นาย Henrik Zeberg ได้ออกมาเผยว่าผู้ที่คาดหวังให้ราคา Bitcoin เป็นขาขึ้นนั้นจะต้องอดทนอย่างเจ็บปวดสักหน่อย เมื่อราคานั้นอาจร่วงลงไปแตะ 1,769 ดอลลาร์ก่อนที่จะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในภายหลัง

คาดการณ์ราคาในรูปแบบที่จะร่วงสุดลิ่มทิ่มประตูของนาย Zeberg นั้นดูเหมือนว่าจะทำให้นักลงทุนหลายคนต้องเสียวไปตาม ๆ กันหลังจากที่ราคาของ BTC นั้นเพิ่งจะร่วงลงมาถึง 15% วานนี้

 

ได้ออกมาเผยว่าผู้ที่คาดหวังให้ราคา

“ราคา Bitcoin นั้นอาจไปถึงเวฟเล็ก ๆ (B) หรือ Y ซึ่งจุดนี้มันดูสมเหตุสมผลดี เมื่อการร่วงของราคา (A) นั้นทำให้ราคาไปแตะจุดต่ำของเมื่อปี 2018 และ 1.27% (ที่ดูเหมือนว่าจะอยู่ในช่วง C wave) ทำให้ราคาอาจร่วงลงไปที่ ~1,760 เป้าหมายของผมนั้นก็คือ 1,760 ดอลลาร์ก่อนที่ราคานั้นจะร่วงไปแตะจุดต่ำสุด ทำไมถึงต้องร่วง? เนื่องจากว่าอัตราราคาที่แท้จริงไงล่ะ “

ใช้เครื่องมือ Elliot Wave ดังกล่าวในการวิเคราะห์ และเชื่อว่าการที่ราคา Bitcoin ที่พุ่งไปแตะระดับ 10,070 ดอลลาร์นั้นดูเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาของ Bitcoin นั้นยังอยู่ในระดับ 5 หลักเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ก็ร่วงลงไปอย่างรุนแรงทำให้ขาขึ้นของราคาที่ผ่านมานั้นต้องหายไปเยอะ

แล้วนาย Zeberg คาดหวังว่าจุดต่ำสุดที่ Wave C นั้นอาจมาถึงในช่วงมิถุนายนนี้ ซึ่งมันจะถือเป็นวันครบรอบ 1 ปีหลังจากที่ราคา Bitcoin พุ่งไปแตะ 13,777 ดอลลาร์เมื่อปี 2019 พอดี

เขายังอธิบายว่าสาเหตุที่ราคา Bitcoin ร่วงนั้นมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรา real rate หรือตัวชี้วัดพิเศษของเขาที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์ราคา

ความแตกต่างระหว่างนาย Zeberg กับนักทำนายราคา Bitcoin ส่วนใหญ่ก็คือ นาย Zeberg นั้นดูเหมือนว่าจะเป็นผู้ที่ออกมาทำนายราคา Bitcoin ว่าจะเป็นขาลงได้อย่างดูรุนแรงมาก แต่อย่างไรก็ตาม เขายังคงเชื่อว่าหากราคาร่วงมาจนถึงระดับนี้ มันยังคงไม่เป็นจุบจบของ Bitcoin

อีกทางกลับกัน เขาคาดหวังว่าราคา Bitcoin นั้นจะกลายเป็นขาขึ้นในปีหน้านี้ เมื่อผู้คนเริ่มที่จะละทิ้งการใช้เงินจริง

คาดการณ์ว่าเหรียญคริปโตอันดับหนึ่งของโลกตัวนี้จะมีราคาที่พุ่งแตะ 54,000 ดอลลาร์ในปีหน้า แต่เขาก็ยังไม่ฟันธงว่ามันจะพุ่งไปแตะ 94,000 ดอลลาร์

ได้ออกมาเผยว่าผู้ที่คาดหวังให้ราคา

 

ได้ออกมาเผยว่าผู้ที่คาดหวังให้ราคา Bitcoin เป็นขาขึ้น…

และไวรัสโคโรน่า

สิ่งที่ลดความกังวลและตื่นเต้นก่อน Bitcoin Halving

ณ ขณะนี้สถาการณ์ของคริปโตที่น่าสนใจคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ Bitcoin Halving และไวรัสโคโรน่า ซึ่งนี่เป็น 5 สิ่งที่ต้องทำในขณะที่รอให้ทั้ง 2 เหตุการณ์สิ้นสุด

คนที่คลั่งไคล้ใน crypto ขนาดไหนหรือเพียงแค่สนใจในอุตสาหกรรม Blockchain ที่กำลังเบ่งบานเพื่อทำกำไร แน่นอนช่วงนี้ข่าวเกี่ยวกับ Bitcoin Halving กำลังมาแรง

เมื่อไวรัสโคโรน่ากำลังนำพาให้โลกต้องหยุดชะงักในลักษณะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้งมันยังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในโลกของ crypto สิ่งนี้ทำให้หลาย ๆ คนต่างวิตกกังวลและอดที่จะติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดจนไม่ได้หลับนอน

แต่การติดตามอะไรอย่างใจจดจ่อกับสิ่งที่เราไม่อาจจะเข้าไปแก้ไขได้อาจจะไม่ได้สร้างผลดีเท่าไหร่นัก และพวกเราควรจะมาโฟกัสกับสิ่งที่พอจะทำได้กันซะก่อน

เราะส่วนใหญ่นั้นเครื่องขุดจะมีราคาแพง และแน่นอนว่าไม่ใช่ความพยายามอย่างเดียวที่จะทำการขุด Bitcoin ได้อย่างง่ายดายแต่ต้องใช้ความรู้ ลองผิดลองถูกที่ค่อนข้างจะมากพร้อมด้วยชั่วโมงบินที่สูง แต่หากคุณทำเป็นแล้วละก็ แม้ว่าจะด้วยเครื่องขุดที่ราคาไม่แพงมากนักบางทีคุณก็อาจจะทำเงินและกำไรได้

ถ้าตอนนี้คุณยังใช้เครื่องขุดจากการ์ดจอหรือ GPU นั้นอาจจะต้องมีการอัพเกรดสักหน่อยเนื่องจากอุปกรณ์ขุด Bitcoin อย่างจำพวกเครื่อง ASIC จะดูจริงจังกว่าทั้งในแง่ของการขุดและการลงทุน

คำแนะนำและวิธีการมากมายที่สอนการทำงานของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เครื่องขุด รวมถึงสถานที่ขาย โดยหากคุณสนใจก็สามารถหาความรู้ได้เพิ่มเติมบนโลกอินเตอร์เน็ตอันกว้างใหญ่ได้เลย ซึ่งหากคุณสามารถตั้งค่าได้อย่างถูกต้องแน่นอนมันจะสร้างกำไรให้กับคุณได้แบบที่คุณไม่คาดคิดมาก่อนแน่นอน แต่อาจจะต้องลองผิดลองถูกกันหน่อย

ค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุง ความผันผวนของราคา Bitcoin หรืออื่น ๆ นี้คือสิ่งที่คุณจะต้องเจออย่างแน่นอน

ในตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมากที่จะทำให้คุณสามารถทำกำไรทั้งจากตลาดขาขึ้นและขาลงได้อย่างหลากหลายนั้นก็คือ การเทรด Bitcoin บนตลาด Option หรือ Margin

แน่นอนว่ามันก็มาพร้อมกับความเสี่ยงในการล้างพอร์ตได้เช่นกันหากคุณมีความรู้ที่ไม่มากพอ ซึ่งเราจะเห็นได้บ่อยครั้งเป็นอย่างมากหากคุณอยู่ในวงการมานานเพียงพอสมควร

วิธีที่จะป้องกันความเสี่ยงเหล่านั้นโดยการศึกษาและอย่าเทรดจนเกินตัว เพราะการซื้อขายมาร์จิ้นช่วยให้ทุกคนสามารถกู้ยืมเงินจากยอดคงเหลือที่มีอยู่ ซึ่งหมายความว่าผู้ค้าสามารถเพิ่มผลกำไรของพวกเขาได้ แต่พวกเขาเองก็สามารถสูญเสียยอดเงินคงเหลือทั้งหมดได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ

หากนักลงทุนตัดสินใจที่จะใช้ประโยชน์จากยอดเงิน 1,000 ดอลลาร์พร้อมกับมาร์จิ้นเพิ่มไป 10 เท่ามันก็เหมือนกับว่าบุคคลนั้นลงทุนด้วยเงิน 10,000 ดอลลาร์โดยไม่ได้มีเงินนั้นจริง ๆ หากผู้ค้าทำการถือตำแหน่งอย่างถูกต้องผลกำไรจะถูกคูณด้วยสิบเข้าไป แต่ถ้าตลาดแกว่งตัวไปทางอื่นหรือตรงข้ามกับที่เขาถือเมื่อไหร่ละก็การสูญเสียเพียงเล็กน้อยจะทำให้บัญชีทั้งหมดของเขาหายไปในพริบตา

ถ้าหากต้องการกล่าวอย่างเรียบง่ายโหนด Bitcoin เป็นเหมือนกับกระดูกสันหลังของเครือข่าย ในขณะที่คนขุด Bitcoin เป็นคนที่ดำเนินธุรกรรมและ “สร้าง” บล็อกใหม่ทางด้านของโหนดนั้นจะเก็บบันทึกของ Blockchain

ซึ่งการใช้งานโหนดมีประโยชน์ในการรักษาไว้ซึ่งเครือข่าย Bitcoin เนื่องจากโหนดมีหน้าที่ตรวจสอบว่าการทำธุรกรรมทั้งหมดนั้นถูกต้องตามกฎของพวกเขาหรือไม่
การติดตั้งโหนดนั้นไม่ยากอย่างที่คิดและอาศัยการเรียนรู้ที่ไม่ต้องมากถึงขั้นทำให้เครียดก็ทำได้ อย่างไรก็ตามมันต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลบน HDD หรือ SSD ที่มากมายเนื่องจาก Bitcoin blockchain นั้นใช้พื้นที่โดยประมาณ 275 GB เพื่อรัน Node

ถึงแม้ cryptocurrency จะเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ล้ำสมัยหรือจะเรียกว่าล้ำสมัยที่สุดที่บุคคลสามารถทำได้ในณ ขณะนี้ ด้วย

แล้วก็ยังมีภาคส่วนอื่น ๆ ที่ต้องใส่ใจเช่น การพัฒนาอย่างรวดเร็วในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI, การขุดข้อมูลทางพันธุกรรม, และ อื่น ๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะสร้างความสนใจให้กับนักลงทุน crypto ส่วนใหญ่ได้ไม่น้อยเช่นกัน และบางทีเราก็อาจจะควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการลงทุนที่มีโอกาสในอนาคต สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากไวรัสผลกระทบนั้นไม่สามารถจินตนาการได้ แต่พวกเราชาวคริปโตเคอเรนซี่ก็สามารถบริจาคช่วยได้เช่นกันโดยที่ไม่ต้องออกจากบ้านด้วย

สภากาชาดอิตาลีเริ่มก่อตั้งกองทุน Bitcoin ในต้นเดือนมีนาคมและในเวลาเพียงสามวันก็บรรลุเป้าที่พวกเขาอยากจะได้ยอดบริจาคเข้ามาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในเหตุการณ์ Covid-19

และในปัจจุบันมีหน่วยงานหน้าใหม่เป็นจำนวนมากที่เปิดรับบริจาคด้วยคริปโต นับว่าเป็นวิธีการช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ต้องการได้เช่นกัน

ดูเป็นอะไรที่สิ้นคิดไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการคิดบวกนั้นดูจะเป็นอีกหนึ่งในทางออกที่ช่วยได้จากสถาการณ์ที่ตึงเครียดในหลาย ๆ ด้าน มากมาย

หากิจกรรมยามว่างอื่น ๆ ทำอาจจะช่วยคุณได้บ้างและภาวนาให้สถาการณ์ดีขึ้นในเร็ววันพร้อมกับผ่านมันไปด้วยกันจะดีกว่า

 

 

 

 

และไวรัสโคโรน่า…

จากตลาดเหรียญ

เหตุผลราคาของ Bitcoin ทำให้ราคา Altcoin อื่น ๆ ทำให้ตลาดต้องร่วงปรับตัวอย่างมาก

จากตลาดเหรียญ Cryptocurrency อื่น ๆ นั้นดูเหมือนว่าจะกำลังมีมูลค่าที่ลดลงต่อ Bitcoin ที่เป็นเหรียญราชาลงไปเรื่อย ๆ เป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่านักลงทุนนั้นต่างก็แห่เทขาย altcoin เพื่อมาลงทุน Bitcoin กันเสียเป็นอย่างมาก

เป็นสิ่งนี้ส่งผลทำให้นักวิเคราะห์บางคนต้องออกมาสรุปว่าตลาด altcoin นั้นต้องกลายมาเป็นสีเลือดในอีกไม่กี่สัปดาห์ที่จะถึงนี้ เมื่อโมเมนตัมของตลาด Bitcoin นั้นกำลังไหลไปทาง halving อย่างรุนแรง ผู้คนต่างก็แย่งกันเข้ามาในตลาดเพื่อเก็บเหรียญ

นักวิเคราะห์ต่างก็พูดถึงโอกาสและความเป็นไปได้ของ Bitcoin ที่อาจมีราคาที่ร่วงลงอย่างรุนแรงอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็อาจมีโอกาสทำให้มูลค่าเหรียญ altcoin อื่น ๆ ในตลาดร่วงทำจุดต่ำในรอบปีได้

และตลาด Bitcoin เริ่มแย่งส่วนแบ่งตลาดคริปโตทั้งหมดเพิ่ม เมื่อ Halving ใกล้เข้ามา
โดยในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ ราคาของ Bitcoin นั้นถูกซื้อขายกันอยู่ที่ 9,945 ดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมาถึง 8.17% จากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาก่อนหน้านี้

จากตลาดเหรียญ

ซึ่งตลาด Bitcoin นั้นดูเหมือนว่าจะมีการขยายแรงโมเมนตัมที่เริ่มเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมา เมื่อราคานั้นได้มีการพุ่งทะลุระดับ 8,800 ดอลลาร์

ขณะนี้ ตลาดเหรียญ altcoin 10 อันดับแรกดูเหมือนว่าจะมีการร่วงปรับตัวลงของราคาที่มากกว่าของ Bitcoin อยู่พอสมควร แม้ว่าจะสามารถเพิ่มขึ้นมาได้ในช่วงไม่นาน

 

ทำให้นักวิเคราะห์ต่างก็คาดการณ์ว่าเหรียญ altcoin นั้นอาจจะต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากในอีกไม่กี่วันหรือสัปดาห์ที่จะถึงนี้

ได้มีนักลงทุนรายหนึ่งได้ออกมาอธิบายแนวคิดของเขาบนทวิตเตอร์โดยชี้ว่าเขานั้นไม่สามารถมองเห็นเส้นทางที่เป็นด้านบวกใด ๆ ในตลาดต่อเหรียญ altcoin เลยจริงๆ

“ราคา Bitcoin พุ่งแรงมากในวันนี้ จะถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเจ็บปวกมากหากมันทำลายแนวต้านถัดไป ทุกครั้งที่มันเพิ่มขึ้น 1% ในกราฟ BTC รายวัน มันจำทำให้ราคาของเหรียญ altcoin ในตลาดคู่เทรดที่ตรงข้ามกับ BTC ลดลง 6-12%” เขากล่าว

จากตลาดเหรียญ

Altcoin อาจมีราคาที่ร่วงลงอีกสัปดาห์หน้า
นักเทรดรายหนึ่งได้ออกมาแสดงความเห็นที่เป็นเสียงเดียวกันกับแนวคิดด้านบนหรือไม่

แล้วเขาได้อธิบายว่าเขานั้นได้เฝ้าดูการซื้อขายของราคา Bitcoin มาเรื่อย ๆ จนมาถึงช่วงที่การ halving นั้นกำลังเข้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งเขาคาดการณ์ว่าหากราคา BTC ร่วงลงมาอย่างรุนแรงหลังการ halving นั้น มันอาจทำให้ราคาตลาด altcoin ร่วงทำจุดต่ำสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

“ยังคงมีการเทขายเกิดขึ้นในตลาด altcoin ที่มีมูลค่าตลาดสูงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ หากว่าตลาด Bitcoin นั้นถูกเทขายลงในช่วงหลังการ halving นั้น ผมคาดว่ามันจะร่วงทำจุดต่ำครั้งใหญ่อีกครั้ง” เขากล่าวพร้อมเสริมว่า “ผมไม่เห็นจริง ๆ ว่าสถานการณ์ของ altcoin จะดีขึ้นได้อย่างไรในสัปดาห์ที่จะถึงนี้”

 

 

จากตลาดเหรียญ Cryptocurrency อื่น ๆ…

ศาลเซี่ยงไฮ้ได้ประกาศอุทธรณ์

ศาลเซี่ยงไฮ้ ตัดสินให้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลถูกต้องตามกฎหมาย

ศาลเซี่ยงไฮ้ได้ประกาศอุทธรณ์ ข้อพิพาทการชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สิน Bitcoin ในต่างประเทศเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา อ้างอิงจาก Baidu news ผลการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ระบุว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย Bitcoin ทั้งหมดที่ได้มาจากวิธีการที่ผิดกฎหมายควรถูกส่งคืนหากไม่สามารถส่งมอบคืนได้ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นนั้น

ซึ่งจากรายงานเผยว่าคู่สมรสชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้คุณ Pete และ Xiaoli Wang ถูกคนร้ายสี่คนปล้นที่อพาร์ทเม้นท์ในช่วงปี 2018 โจรบังคับให้ทั้งคู่โอนเงินเป็นคริปโตมาให้

“โจรทั้งสี่ยึดโทรศัพท์มือถือของคู่สมรส ทุบตีและข่มขู่พวกเขาให้โอน Bitcoin มา 18.88 Bitcoin และโอนเหรียญคริปโต 6,466 Skycoin ที่พวกเขาเป็นเจ้าของ”

การพิจารณาโจรทั้งสี่รายแสดงเจตนาที่จะคืนเหรียญดังกล่าวให้กับคุณ Pete และ Xiaoli Wang ซึ่งศาลตัดสินจำคุกโจรระหว่างหกเดือนถึงสิบห้าวันถึงแปดเดือนในความผิดทางอาญาข้อหาหนักกักขังที่ผิดกฎหมายนั้น

ผู้กระทำผิดไม่สามารถส่งคืนคริปโตจำนวนเดียวกันได้ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับราคา BTC และ Skycoin ในวันที่ 12 มิถุนายน 2018

ผู้กระทำผิดก็ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลชั้นต้นพร้อมยื่นอุทธรณ์โดยให้เหตุผลว่า

“กฎหมายจีนในตอนนี้ไม่ได้รองรับให้ Bitcoin และ Skycoin เป็นทรัพย์สิน ดังนั้น Pete และ Wang Xiaoli จึงไม่มีสิทธิขอให้ส่งคืนสิทธิในทรัพย์สิน”

ดังนั้นข้อพิพาทนี้อยู่ในชั้นศาลเป็นเวลากว่าสองปี คู่สมรสตกลงไม่ขอคืนเหรียญ Skycoin แล้ว แต่พวกเขายังยืนยันที่จะให้ผู้กระทำผิดส่งมอบ Bitcoin และศาลก็ตัดสินให้โจรทั้งสี่ส่ง Bitcoin ให้คู่สมรสคืนจำนวน 18.88 BTC…

จากนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารยักษ์ใหญ่

นักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs และ Morgan Stanley เชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกเริ่มโหมดฟื้นตัวแล้ว

จากนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารยักษ์ใหญ่ Goldman Sachs และ Morgan Stanley ได้ชี้ว่าเศรษฐกิจนั้นค่อยๆ ฟื้นตัวแล้วหลังได้รับผลกระทบหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า

มีสัญญาณว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว รายงานจาก Bloomberg เผยว่านักเศรษฐศาสตร์แห่ง Goldman Sachs และ Morgan Stanley มองว่าเศรษฐกิจนั้นกำลังฟื้นตัวเมื่อดูจากตัวชี้วัด

ซึ่งหัวหน้าเศรษฐศาสตร์ของ Morgan Stanley คุณ Chetan Ahya กล่าวว่าตอนนี้ความคาดหวังของผู้บริโภคได้เพิ่มขึ้น มีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นอย่างช้าๆ

จากคุณ Ahya ชี้ว่าเศรษฐกิจของจีนนั้นเริ่มร่วงแตะจุดต่ำสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ส่วนเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เริ่มร่วงแตะจุดต่ำสุดช่วงปลาย เม.ย. กิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลงแตะจุดต่ำสุดแล้ว องค์กร IMF ก็ชี้ว่าตอนนี้เศรษฐกิจเริ่มค่อยๆ ฟื้นตัวเป็นรูป V-shaped

แต่นักเศรษฐศาสตร์ของ HSBC Holdings นาย James Pomeroy ก็เตือนว่าอย่างเพิ่งชะล่าใจเพราะอัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนั้นช้ามากๆ โดยกล่าวถึงในประเทศจีนที่ผู้คนจับจ่ายใช้สอยอย่างระมัดระวังมากกว่าก่อนเกิดโควิท คนยังคงกังวลเวลาจับจ่ายใช้สอยหรือต้องกลับไปทำงาน

แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะร่วง ‘ต่ำสุด’ แต่คำถามคือ: จะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่มันถึงจะกลับมาฟื้นตัวดังดิมได้อีกครั้ง การลงทุนทั่วโลกค่อนข้างหดตัวแม้ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ก็ตามนอกจากนี้ในสหรัฐอเมริกาปัจจุบันมีคนว่างงานมากกว่า 30 ล้านคน

โดยนักลงทุนบางคนตั้งข้อสังเกตว่าตลาดการเงินและเศรษฐกิจมันยังไม่เชื่อมต่อกันอย่างชัดเจน ส่งผลให้มีการปั๊มราคาหุ้นเนื่องจากนโยบายของ Fed ซึ่งราคาหุ้นไม่ได้เกิดจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริงๆ แต่เพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทำให้นักเศรษฐศาสตร์อาจมองว่าเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวก็จริง แต่มันอาจใช้เวลานาน ซึ่งความจริงคือจะมองว่าเศรษฐกิจนั้นฟื้นตัวหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกอะไรมาเป็นมาตรวัดซึ่งมันก็ก่อให้เกิดข้อถกเถียงทั้งในแง่บวกและแง่ลบ…

เผยแพร่โดยการเว็บเทรด

Bitcoin เหนือกว่าทอง อิงจากเว็บเทรดคริปโตอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ

เผยแพร่โดยการเว็บเทรด Coinbase กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า Bitcoin (BTC) มีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าทองคำ พวกเขาระบุว่า Bitcoin ได้รับประโยชน์เหล่านี้เนื่องจากขาดการพึ่งพาต่าง ๆ ในโลก

ขณะที่ผู้เขียนยืนยันว่า“ Bitcoin และทองคำมีความคล้ายคลึงกับนั้นก็คือเป็นของที่มูลค่า หายาก และแน่นอนว่ามันเข้าถึงได้ทั่วโลก” แม้ว่าที่ผ่านมานั้นเมื่อความต้องการทองคำจะเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากผลกระทบของการระบาดของโรค coronavirus แต่ Bitcoin เองนั้นก็เด่นไม่แพ้กันด้วยความสามารถในการเข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้ง่ายกว่าและเหนือกว่าทองคำ

Bitcoin และข้อได้เปรียบกว่าทองคำ
ในรายงานที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2020 จากทาง Coinbase ให้เหตุผลว่าการระบาดของ COVID-19 ได้แสดงให้เห็นถึงข้อดีที่ BTC มอบให้กับทองคำโดยอ้างว่า“ Bitcoin ไม่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานทางกายภาพที่เปราะบางและตัวมันเองยังสามารถเข้าถึงผู้คนได้ทั่วโลกอย่างแท้จริง”

Coinbase เน้นช่องว่างราคาล่าสุดที่โชว์ขึ้นในตลาดทองคำทั่วโลกเนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานส่งผลให้ระดับความขาดแคลนแตกต่างกันในตลาดต่างๆ ทั่วโลก

ซึ่งรายงานดังกล่าวระบุว่าราคาทองคำมีความแตกต่างกันมากถึงประมาณ 4.5 เปอร์เซ็นต์ในนิวยอร์กและลอนดอน ความแตกต่างนี้เกิดจากการขาดทองคำแท่งที่ใช้ในการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของ Comex

เผยแพร่โดยการเว็บเทรด

โดยระบุว่าโรงกษาปณ์ ณ เมืองเพิร์ธ ในรัฐออสเตรเลียตะวันตกได้เพิ่มการผลิตทองคำแท่งเพื่อรองรับการขาดแคลน – โดยมีอย่างน้อย 11,000 บาร์ที่กำลังจะถูกส่งไปนิวยอร์ก

ในการระบาดของ COVID-19 มีผลกระทบต่อการขุด Bitcoin น้อยที่สุด
Coinbase ตั้งข้อสังเกตว่าในขณะที่ “โรงกลั่นน้ำมันผู้ขุดแร่และซัพพลายเชนได้ถูกขัดจังหวะในการผลิตต่าง ๆ แต่กลับกันโปรโตคอลหลักของ Bitcoin ยังคงทำงานตามที่ออกแบบไว้ไม่มีการหยุดชะงักแต่อย่างใด ด่วยอัตรา Hashrate ของ Bitcoin จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

และรายงานยังยืนยันว่า “Bitcoin จะหาได้ยากเหมือนทองคำ” อย่างไรก็ตาม Bitcoin สามารถส่งได้จากระยะไกล ไร้พรมแดน ปลอดภัยที่สำคัญคือมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า

“ อัตราการขุดได้ Bitcoin ใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 3.6 เปอร์เซ็นต์ต่อปีและจะลดลงเหลือประมาณ 1.7 เปอร์เซ็นต์ในวันที่ 12 พฤษภาคมโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของ Blockchain

ขณะที่ผู้ขุดทองและโรงกลั่นแบบออฟไลน์ดูจะยุ่งยากกว่าและไม่มีวันรู้ได้ว่าเหลือเท่าไหร่ แตกต่างกับระบบนิเวศการขุดเหรียญของ Bitcoin ที่ดูเหมือนยืดหยุ่นตามการวัดอัตราการแฮชในไม่กี่วันที่ผ่านมาเท่านั้น อีกทั้งยังมีจำนวนที่แน่นอน และเป็นข้อได้เปรียบใหญ่ที่สำคัญมากในตอนนี้ของ Bitcoin ”

เผยแพร่โดยการเว็บเทรด

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น

ราคา Bitcoin อาจแตะ 4,000% หลังจากทำลายแนวต้านนี้ในปี 2016 และเหมือนจะเกิดขึ้นซ้ำ

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น Bitcoin มีระดับราคาที่เพิ่มขึ้นจาก 7,700 ดอลลาร์เป็น 9,500 ดอลลาร์ภายในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงดี และนั้นทำให้กราฟคริปโตเคอเรนซี่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากและจบเดือนด้วยรูปแบบแท่งเทียน bullish engulfing

หลายมองว่ากราฟของ BTC กำลังสัญญาณเชิงบวกอย่างเต็มที่ หนึ่งในเทรดเดอร์ที่ได้รับความนิยมและน่าเชื่อถือกลับมีอีกความคิดเห็นและประกาศเรียกความเชื่อมั่นนี้ว่าเป็นปัญหาโดยสังเกตว่าเทียน bullish engulfing นั้นเป็นความผิดพลาด

ซึ่งนายThomas Bulkowski เผยว่าแท่งเทียน bullish engulfing นั้นคือการบ่งบอกสัญญาณการเตรียมตัวที่จะลงต่อของ Bitcoin

“แท่งเทียนเหล่านี้ในกราฟทำหน้าที่ขึ้นชั่วคราวของแนวโน้มราคาหลักที่เป็นขาลง ผมขอแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการเทรดทำไมนะหรอ ? เพราะแนวโน้มหลักยังคงเป็นขาลง มันจะขึ้นแต่เพียงช่วงสั้น ๆ โดยยังอยู่ในแนวโน้มขาลงหลักซึ่งจะใช้เวลามากกว่าและราคาจะกลับมาลดลงอย่างแน่นอน “

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น

Bitcoin กลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งกับ 4,000% ในไม่ช้า

เดือนเมษายน 2020 นี้เราได้เห็น Bitcoin ปิดแท่งเทียนรายเดือนได้สูงกว่าระดับที่สำคัญของ Ichimoku Cloud ในกราฟหนึ่งเดือนได้

Bitcoin อยู่ในระดับทางเทคนิคนี้คือช่วงต้นปี 2016 เมื่อมันถูกขายอยู่ที่ประมาณ 500 ดอลลาร์และก่อนที่จะมีการเพิ่มขึ้นถึง 4,000% ที่นำเงินสกุล cryptocurrency ไปสู่จุดสูงสุดนั้นก็คือ 20,000 ดอลลาร์ภายในระยะเวลาเพียง 20 เดือน

เหมือนบอกเป็นนัย ๆ ว่าประวัติศาสตร์นั้นอาจซ้ำรอยอีกครั้ง และแสดงให้เห็นว่าตลาด crypto อาจใกล้จะถึงการขึ้นครั้งต่อไป

เกิดสัญญาณขาขึ้นจำนวนมาก
นี่เป็นสัญญาณล่าสุดที่กำลังเผยว่าราคา Bitcoin อาจกำลังจะพุ่งขึ้นไปดวงจันทร์อย่างรวดเร็ว

Bitcoin ในช่วงต้นสัปดาห์นี้แข็งแกร่งมากท่ามกลางการเพิ่มขึ้นสูงสุดในวันพุธที่ผ่านมาจนนักเทรดทั้งหลายสังเกตว่ามีเหตุการณ์ทางเทคนิคที่ไม่ได้เกิดขึ้นนานกลับมาอีกครั้ง

ดัชนีความแข็งแกร่ง (RSI) ที่ในแผนภูมิราย 1 ชั่วโมงของ Bitcoin มีจำนวนถึง 96.5 และเมื่อใดก็ตามที่ RSI ผ่านระดับ 70 มันจะเป็นการบ่งบอกว่า Bitcoin นั้นมีมูลค่าที่สูงมากเกินความเป็นจริง และการที่ RSI ของ Bitcoin ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการวิ่งไปถึง 96.5 นั้นหมายความว่าเราอาจได้เห็นการร่วงของราคาในเร็ว ๆ นี้

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น

สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษเกี่ยวกับการก่อตัวของ Bitcoin นี้ได้ทำลายรูปแบบตลาดหมีและนี่คือโครงสร้างตลาดเดียวกันที่บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของขาขึ้นเหมือนดังเมื่อคอนปี 2019 ซึ่งทำให้ราคาจาก 4,000 ดอลลาร์ไปจนถึง $ 14,000 ในเวลาสามเดือน

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น…

ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ

เว็บไซต์บริการข้อมูลอินเตอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของโลก ปล่อยให้มิจฉาชีพ Cryptocurrency โฆษณาหลอกเงินเหยื่อ แม้ออกนโยบายแล้วก็ตาม

ถึงแม้ YouTube ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Google กำลังเผชิญข้อพิพาทเรื่องโปรโมทคริปโตเคอร์เรนซีสแกม แพลตฟอร์มโฆษณาของ Google ก็ยังคงโปรโมทโปรเจ็คคริปโตที่เข้าข่ายหลอกลวงผู้คนอยู่เหมือนเดิม

ซึ่งอ้างอิงจากรายงานของ CoinCorner โฆษณา Google นั้นได้มีการแสดงโฆษณาเว็บไซต์โคลนนิ่งฟิชชิ่งของ CoinCorner นั่นคือ CoinCornerr.com ซึ่งคุณ Molly Spires ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ CoinCorner เป็นผู้รายงานปัญหานี้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2020 ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้

Google Ads โปรโมทคริปโตสแกม
ด้านคุณ Spiers ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่าทีมงานของ CoinCorner ได้ตรวจพบโฆษณาที่เป็นการสแกมดังกล่าวในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีเมื่อลองกดค้นหาคำว่า CoinCorner บนเว็บไซต์ Google.com และ Google.co.uk. ซึ่งก็ได้มาเจอโฆษณาสแกมนี้ทั้งๆ ที่ทาง CoinCorner นั้นต้องการที่จะให้โปรโมทเว็บไซต์ของตนบน Google Ads มานานแล้วแต่ก็ไม่สามารถโปรโมทได้ เนื่องจากนโยบายของทาง Google ที่ค่อนข้างจะเคร่งครัดในเรื่องคริปโต ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะเจอโฆษณาสแกมจากทาง Google Ads

ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ

Google’s crypto exchange ad policies. Source: Google

โดยเว็บเทรดคริปโต CoinCorner นั้นถูกห้ามไม่ให้โฆษณาบน Google Ads มาตั้งแต่ตอนที่ Google เริ่มแบนคริปโตในปี 2018 ด้านผู้จัดการฝ่ายการตลาดก็กล่าวว่า:

“ก่อนหน้านี้เราเคยเข้าถึงแพลตฟอร์ม GoogleAds ได้อย่างเต็มที่ เราเป็นลูกค้าประจำตลอด 4 ปีนับแต่เมื่อเราเปิดตัว CoinCorner ในเดือนมิถุนายน 2014 ถึงเมื่อ Google อัปเดตนโยบายบริการทางการเงินของพวกเขาในเดือนมิถุนายน 2018 [… ] เราติดต่อ Google หลายครั้งที่จะขอการอัปเดตในสหราชอาณาจักร แต่ในปัจจุบัน GoogleAds ยังไม่พร้อมให้บริการสำหรับเรา”

เว็บไซต์สแกม CoinCornerr.com ตอนนี้ได้หายไปแล้วคาดว่าทาง Google Ad ได้ลบทิ้งไปเรียบร้อย ซึ่งเว็บไซต์สแกมนี้มันถูกสร้างในวันที่ 29 เมษายน 2020

Google ให้โฆษณาคริปโตไหม?
ซึ่งทาง Google Ads จะมีการอนุญาตให้โปรโมทคริปโตเฉพาะบางอันเท่านั้นซึ่งส่วนโฆษณาที่สามารถโปรโมทได้ก็จะเป็นโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์คริปโตหรือเว็บเทรดคริปโต แต่เว็บเทรดคริปโตที่จะโปรโมทกับ Google จะต้องทำตามข้อกำหนดที่ระบุไว้และสามารถโปรโมทได้ในสหรัฐและญี่ปุ่นเท่านั้น

ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ

แต่ว่าเว็บสแกมดังกล่าวมันสามารถผ่านข้อกำหนดของ Google ไปได้โดยไม่มีการพูดถึง Bitcoin หรือคริปโตเลยซึ่งหากเป็นโฆษณาที่มีพูดถึง Bitcoin หรือคริปโตเป็นคีย์เวิร์ด โฆษณานั้นจะถูกแบนจาก Google โดยทันที

คริปโตสแกมบน Google และ YouTube
กรณีของ CoinCorner ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการสแกมขึ้นโฆษณาของ Google ในเดือนมีนาคม 2020 โฆษณา Google ได้มีการโปรโมท Ledger Wallet ปลอมที่ออกแบบมาเพื่อขโมยคริปโตจากผู้ใช้ จนกระทั่งเมื่อกลางเดือนเมษายนบริษัทได้ลบส่วนขยายเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome 49 รายการหลังจากได้รับรายงานว่ากิจกรรมฟิชชิงเกิดขึ้นแล้ว

ขณะเดียวกัน YouTube ซึ่งเป็นบริษัทย่อยวิดีโอยักษ์ใหญ่ของ Google ก็มีการโปรโมทสแกมด้วย เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2020 นาย Brad Garlinghouse และซีอีโอของ Ripple ได้ยื่นฟ้อง YouTube หลังจากแพลตฟอร์มดังกล่าวโปรโมท Airdrop ปลอมที่อ้างว่าเป็นบัญชีของเขา จากนั้นประมาณสัปดาห์ต่อมาต่อมา Ripple CTO นาย David Schwartz ก็ได้ระงับช่อง YouTube ของเขาในวันที่ 29 เมษายน 2020

YouTube ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Google

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน

บิ๊กใหญ่จากจีนผู้สร้าง WeChat เปิดตัวโปรแกรมผลักดันสตาร์ทอัพด้าน Blockchain

ซึ่ง บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน Tencent ประกาศโปรแกรมที่จะช่วยผลักดันและพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนและบริการ โดยโปรแกรมนี้เรียกว่า “Tencent Industrial Accelerator” อ้างอิงจากประกาศของเว็บไซต์บริษัท โดยโปรเจ็คที่สนใจสามารถยื่นสมัครเข้าร่วมได้ในวันที่ 6 มิ.ย. 63 นี้

โดยโปรแกรมของ Tencent เปิดรับทั้งบริษัทสตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนและบริษัทที่กำลังมองหาการใช้งานบล็อกเชน แต่ก่อนอื่นโปรเจ็คจะต้องมีการระดมทุนไปอย่างน้อยหนึ่งรอบก่อนหน้านี้

ส่วนด้าน Tencent ก็กล่าวว่าโปรเจ็คที่ถูกเลือกจะได้รับประโยชน์มากมายรวมถึงการอบรมสี่ครั้งต่อปี, โอกาสในการเรียนรู้ถึงอุตสาหกรรมของต่างประเทศและสร้างเครือข่ายบล็อกเชนเพิ่ม พวกเขาสามารถเข้าใช้แพลตฟอร์มบล้อกเชนของ Tencent ได้ฟรีๆ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปี ราคาของโปรแกรมนี้จะอยู่ที่ประมาณ 100,000 RMB หรือ 141,100 ดอลลาร์ต่อคนเท่านั้น

และ Tencent เป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนในจีน จากการวิจัยโดย The Block ทาง Tencent ได้ยื่นคำขอจดสิทธิบัตรบล็อกเชนมากที่สุดในปีที่แล้วรวมกว่า 5,800 รายการรองลงมาคืออาลีบาบา นอกจากนี้ทาง Tencent ยังเป็นคณะกรรมการบล็อกเชนแห่งชาติของจีนเมื่อเดือนที่แล้ว รวมถึง Huawei และมหาวิทยาลัยปักกิ่งอีกด้วย…

จากกระดานเทรดฟิวเจอร์

BitMEX ประกาศปิด เมื่อข้อกฎหมายเข้มงวดมากขึ้น ประเทศญี่ปุ่น

จากกระดานเทรดฟิวเจอร์ ระดับโลก BitMex ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่าบริษัทจะยุติการให้บริการแก่ชาวญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป ท่ามกลางกฎหมายใหม่ที่ออกโดยรัฐบาลของญี่ปุ่น

ซึ่งก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ออกคำสั่งคณะรัฐมนตรีกำกับดูแลการเทรดฟิวเจอร์คริปโตรวมถึงการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการจัดหากองทุนด้วย อ้างอิงจากประกาศของ BitMEX ได้กล่าวว่า

“การยุติการให้บริการนั้นเนื่องมาจากมีการแก้ไขพระราชบัญญัติเครื่องมือทางการเงินและการแลกเปลี่ยนของญี่ปุ่นและพระราชบัญญัติบริการชำระเงินของญี่ปุ่นมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2020”

โดยผู้ใช้งานชาวญี่ปุ่นจะไม่สามารถใช้บริการ BitMEX ผู้ไม่ว่าจะ รายเก่าและรายใหม่จะไม่สามารถใช้บริการบน BitMex ได้อีกต่อไป

“ผู้ใช้งานญี่ปุ่นจะไม่สามารถทำคำสั่งหรือเปิด Position ใดๆ ได้อีก ส่วน Position ที่เปิดเอาไว้แล้วจะไม่ได้รับผลกระทบและจะมีการดำเนินการต่อภายใต้ข้อสัญญาที่เกี่ยวข้อง”

ส.ส. ญี่ปุ่น ได้เห็นชอบอนุมัติกฎหมาย PSA และ FIEA เมื่อปีที่แล้ว โดยการเปลี่ยนแปลงจะถูกบังคับใช้ในวันแรกของเดือนพ.ค. 2020 นี้…